สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้นานาประเทศ “ยินดีต้อนรับผู้ลี้ภัยอย่างเต็มใจ” ในเวทีการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยซึ่งนายโอบามาเป็นผู้ริเริ่มขึ้น ที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา
นายโอบามา ชื่นชมเยอรมนีและแคนาดาว่าเป็นตัวอย่างของหลายๆ ประเทศในเรื่องการเปิดประตูต้อนรับผู้ลี้ภัยสงครามจากซีเรีย และความขัดแย้งต่างๆ
“เรากำลังเผชิญกับวิกฤตที่มีขนาดใหญ่โต” นายโอบามากล่าวและว่า “เราไม่สามารถทำเป็นไม่เห็นหรือหันหลังให้ การปิดประตูใส่หน้าผู้คนเหล่านี้ถือเป็นการทรยศต่อคุณค่าที่เรายึดถืออย่างลึกซึ้ง”
ข่าวระบุว่า มีผู้นำจากราว 50 ประเทศที่เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดด้านผู้ลี้ภัยครั้งนี้ แต่บางส่วนยังคงติดเงื่อนไขบางประการในการร่วมรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา โดยนายโอบามาประกาศในการประชุมว่า โดยรวมแล้ว ที่ประชุมสามารถเพิ่มจำนวนเป้าการรับผู้ลี้ภัยได้มากขึ้นราว 2 เท่า เป็น 360,000 คนในปีนี้
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐเปิดเผยว่า กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงแล้ว มี 7 ประเทศที่ตกลงรับผู้ลี้ภัยไปตั้งรกรากใหม่เพิ่มจากเมื่อปี 2558 ได้แก่โรมาเนีย โปรตุเกส สเปน สาธารณรัฐเช็ก อิตาลี ฝรั่งเศสและลักเซมเบิร์ก
ถึงอย่างนั้นก็ตามจำนวนดังกล่าวยังถือว่าน้อย หากดูจากที่ข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ระบุว่าจำนวนผู้ลี้ภัยที่จำเป็นต้องได้รับการตั้งรกรากใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 1.1 ล้านคน

