ผู้สื่อข่าว”มติชน”รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมสนธิสัญญาห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 8 (The Eighth Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty Ministerial Meeting: CTBT) หัวข้อ “Time to Finish What We Started”
ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียและญี่ปุ่นเป็นประธานร่วมการประชุม และมีผู้เข้าร่วม อาทิ นายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกว่า 13 ประเทศ รวมทั้งเยอรมนี เนเธอร์แลนด์และสหภาพยุโรป
นายดอนกล่าวถ้อยแถลงระบุว่า ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการเปิดให้ลงนามสนธิสัญญา CTBT ไทยเห็นว่า สนธิสัญญาดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการนำไปสู่การลดและไม่เผยแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และได้แจ้งว่า ไทยได้ประกาศใช้ พ.ร.บ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 5 ส.ค. 2559 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560
ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถให้สัตยาบัน CTBT ตลอดจนสนธิสัญญาและตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง (security) ความปลอดภัย (safety) และการพิทักษ์ความปลอดภัย (safeguard) ทางนิวเคลียร์ต่อไป

นายดอนกล่าวอีกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไทยได้ยึดมั่นในพันธกรณีที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการผลักดันไปสู่โลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ โดยไทยร่วมมืออย่างใกล้ชิดและแข็งขันกับ Preparatory Commission for the Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty Organization: CTBTO PrepCom) ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ดูแลนโยบายและเป็นฝ่ายเลขานุการของสนธิสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการเสริมสร้างศักยภาพผู้เชี่ยวชาญของไทย ล่าสุด โครงการจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี ( Radionuclide Monitoring Station: RN65) ภายในพื้นที่ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าจะพร้อมเปิดใช้ในปี 2560 นอกจากนี้ CTBTO PrepCom มีสถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพที่ จ. เชียงใหม่ด้วย
ทั้งนี้ CTBT มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการทดลองอาวุธและระเบิดนิวเคลียร์อื่น ๆ ในทุกสภาพแวดล้อม ไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวเมื่อปี 2539 ปัจจุบันมีประเทศที่ลงนามแล้ว 183 ประเทศ และให้สัตยาบันแล้ว 166 ประเทศ โดยสนธิสัญญาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อประเทศที่ร่วมเจรจาจัดทำสนธิสัญญาฯ และมีศักยภาพทางนิวเคลียร์ 44 ประเทศ หรือกลุ่มประเทศ Annex 2 ทุกประเทศให้สัตยาบัน ซึ่งปัจจุบันยังเหลือจำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อียิปต์ อิหร่าน อิสราเอล อินเดีย เกาหลีเหนือ ปากีสถาน และสหรัฐอเมริกา

