ลิทัวเนียแนะ ปชช.อย่าซื้อสมาร์ทโฟนจีน ถ้ามีให้ทิ้ง เหตุกังวลอุปกรณ์เซ็นเซอร์ในตัว

แฟ้มภาพรอยเตอร์

ลิทัวเนียแนะ ปชช.อย่าซื้อสมาร์ทโฟนจีน ถ้ามีให้ทิ้ง เหตุกังวลอุปกรณ์เซ็นเซอร์ในตัว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียออกมาแนะนำให้ผู้บริโภคในลิทัวเนียหลีกเลี่ยงการซื้อโทรศัพท์มือถือที่จีนผลิตมาใช้ หรือหากมีอยู่แล้วก็ให้ทิ้งไป หลังจากรายงานของรัฐบาลพบว่าสมาร์ทโฟนที่ผลิตโดยผู้ผลิตจีนดังกล่าวมีความสามารถในการเซ็นเซอร์ได้ในตัว

โดยในรายงานของศูนย์ไซเบอร์แห่งชาติของลิทัวเนียเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า สมาร์ทโฟนเรือธงที่วางขายอยู่ในยุโรป ซึ่งผลิตโดยบริษัท เสียวหมี่ คอร์ป. ผู้ผลิตสัญชาติจีน มีความสามารถในการสืบค้นและตรวจสอบคำศัพท์ต่างๆ ได้เช่น คำว่า “Free Tibet,” “Long live Taiwan independence” หรือ “democracy movement,” และว่า แม้ความสามาถดังกล่าวของซอฟต์แวร์ในสมาร์ทโฟนรุ่น Mi 10T 5G ของเสียวหมี่ จะถูกปิดการใช้งานในสหภาพยุโรป แต่ก็สามารถเปิดใช้งานจากทางไกลได้ทุกเมื่อ

รายงานของศูนย์ไซเบอร์แห่งชาติระบุด้วยว่า โทรศัพท์ของเสียวหมี่ยังส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ที่ต้องใช้รหัสลับเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ในสิงคโปร์ด้วย นอกจากนี้ยังพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยในสมาร์ทโฟนรุ่น P40 5G ของหัวเว่ย บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนด้วย แต่ยังไม่พบกรณีนี้ในโทรศัพท์ของ  OnePlus ผู้ผลิตจีนอีกราย

นายมาร์กิริส อาบูคีวิเชียส รัฐมนตรีช่วยกลาโหมลิทัวเนีย กล่าวว่า คำแนะนำของเราคืออย่าซื้อโทรศัพท์ใหม่ของจีนและขอให้ทิ้งไปโดยเร็วที่สุดหากซื้อมาแล้ว

เสียวหมี่ยังไม่ได้แสดงท่าทีใดกับทางรอยเตอร์ที่สอบถามความเห็นไป

ขณะที่ผู้แทนของหัวเว่ยในบอลติกส์กล่าวกับบีเอ็นเอสนิวส์ว่า โทรศัพท์ของบริษัทไม่ส่งข้อมูลของผู้ใช้สู่ภายนอก

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า คำศัพท์ที่อาจถูกตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์เสียวหมี่ ขณะนี้มี 499 คำในภาษาจีนและยังมีการอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวนี้ของลิทัวเนียมีขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ระหว่างลิทัวเนียและจีนถดถอยลงเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จีนออกมาเรียกร้องให้ลิทัวเนียถอนตัวเอกอัครราชทูตลิทัวเนียประจำกรุงปักกิ่งออกไป และจีนจะเรียกตัวทูตจีนประจำกรุงวิลนีอุสกลับประเทศ ซึ่งมีขึ้นหลังจากไต้หวันได้ประกาศตั้ง “สำนักงานผู้แทนไต้หวัน” ขึ้นในลิทัวเนีย

ขณะที่สำนักงานของไต้หวันในชาติยุโรปและสหรัฐอเมริกา ต่างใช้ชื่อเรียกว่า ไทเป ในการอ้างถึงไต้หวัน ที่จีนถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนแทน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบช.น.สร้างความมั่นใจดินแดงจะจบโดยเร็ว เชื่อ น.1 คนใหม่พร้อมปฏิบัติงาน รับมือม็อบได้
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่อยุธยา สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังพื้นที่น้ำหลาก