การเมืองเยอรมันฝุ่นตลบ! หลังเอสพีดีชนะเลือกตั้งหวิว

นายโอลาฟ โชลทซ์ รัฐมนตรีคลัง และผู้นำพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย(เอสพีดี) ถือช่อดอกไม้ก่อนเข้าร่วมประชุมแกนนำพรรคที่สำนักงานใหญ่พรรคเอสดีพี ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 27 กันยายน หลังการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีเมื่อวันก่อนหน้าที่ผลเบื้องต้นชี้ว่าพรรคเอสพีดีเฉือนเอาชนะพรรคคู่แข่งไปอย่างเฉียดฉิว (เอเอฟพี)

การเมืองเยอรมันฝุ่นตลบ! หลังเอสพีดีชนะเลือกตั้งหวิว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สถานการณ์การเมืองในเยอรมนีเมื่อวันที่ 27 กันยายน ยังเผชิญกับความไม่แน่นอน แม้ผลการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีในวันก่อนหน้า ที่ถือเป็นการปิดฉากยุคสมัยของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กที่ดำเนินมาถึง 16 ปีลงไปด้วยนั้น จะปรากฏออกมาว่าพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (เอสพีดี) แนวทางกลางซ้ายนำโดยนายโอลาฟ โชลทซ์ รัฐมนตรีคลังวัย 63 เฉือนเอาชนะพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนและพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (ซีดียู-ซีเอสยู) แนวทางอนุรักษนิยม ที่มีนายอาร์มิน ลาสเชท วัย 60 ปี ถือธงนำแทนนางแมร์เคิลในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ไปอย่างเฉียดฉิวก็ตาม

โดยผลการนับคะแนนเสียงเบื้องต้นชี้ว่า พรรคเอสพีดีเฉือนชนะไปด้วยคะแนนเสียง 25.7% ส่วนกลุ่มซีดียู-ซีเอสยู ได้ไป 24.1% ที่ถือเป็นผลงานที่แย่ที่สุดครั้งประวัติศาสตร์ของกลุ่มซีดียู-ซีเอสยู ตามมาด้วยพรรคกรีนได้ไป 14.8% ซึ่งทำได้ดีที่สุดสำหรับพรรค แต่ก็ยังไม่ได้ตามเป้าที่หวัง และพรรคเอฟดีพี แนวทางเสรีนิยม ได้ 11.5% ส่วนพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ฝ่ายขวาจัด มีเสียงลดลง ได้ที่ 10.3%

นายโชลทซ์กล่าวหลังปรากฏผลคะแนนเบื้องต้นว่า ตนได้รับอำนาจอย่างชัดเจนในการบริหารประเทศ และว่า ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ขณะที่นายลาสเชทกล่าวอ้างว่าพรรคตนยังมีสิทธิที่จะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และเริ่มต้นชิงหาพรรคพันธมิตรทางการเมืองเพื่อจับมือฟอร์มรัฐบาลแล้ว

เยอรมนีมีเสถียรภาพทางการเมืองมายาวนานถึง 16 ปี ภายใต้การนำของหญิงแกร่งอย่างแมร์เคิล ทว่าในอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนข้างหน้าจะเป็นหนทางที่ไม่ราบรื่น ซึ่งชาติพันธมิตรตะวันตกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในเยอรมนีไม่เพียงจะส่งผลต่อบทบาทของเยอรมนีในเวทีระหว่างประเทศ แต่ยังอาจทำให้เกิดสุญญากาศของภาวะผู้นำในยุโรปได้

ทั้งนี้ นายโชลทซ์และนายลาสเชทต่างตั้งเป้าที่จะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ให้ได้ก่อนคริสต์มาสนี้ โดยมีรายงานว่าผู้นำของทั้งสองพรรค ต่างกำลังมองถึงการจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคกรีน และพรรคเอฟดีพี ที่ได้คะแนนเสียงรองลงมา เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างมากในรัฐสภา โดยทั้งสองพรรคที่จะเป็นตัวชี้ชะตาผู้นำเยอรมนีคนใหม่ ยังมีแนวทางแตกต่างกันในหลายประเด็น เช่น การปรับขึ้นอัตราภาษี และการลงทุนเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ

พรรคกรีนนำโดยนางอันนาลีนา แบร์บ็อก ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะจับขั้วกับพรรคใด แต่กล่าวเพียงว่า ถึงเวลาสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในประเทศที่มีประชาชน 83 ล้านคน

ขณะที่คริสเตียน ลินด์เนอร์ หัวหน้าพรรคเอฟดีพี กล่าวแนะให้เร่งดำเนินการโดยทางพรรคจะนั่งลงเตรียมพร้อมกับพรรคกรีนก่อนจะเจรจากับพรรคใหญ่ทั้งสองพรรค ขณะเดียวกันนายลินด์เนอร์ยังได้ส่งสัญญาณที่อยากจะจับขั้วพันธมิตรตามสีพรรคที่เรียกว่า “จาเมกา” คือ ซีดียู-ซีเอสยู (สีดำ), เอฟดีพี (เหลือง) และ พรรคกรีน (กรีน) แต่ปฏิเสธขั้วสีไฟจราจร คือ เอสพีดี (แดง), เอฟดีพี และกรีน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ราชทัณฑ์’ เผยอาการหอบ-ไมเกรน ‘เพนกวิน’ ดีขึ้นหลังได้รับยา ‘เวหา’ กระดูกฟันแตกตอนกินข้าว จ่อส่งรักษา
บทความถัดไปพาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัว Prisma SASE โซลูชั่น Secure Access Service Edge