ผบ.เสนาธิการทหารร่วมมะกันรับ สงครามอัฟกันคือความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์

REUTERS

ผบ.เสนาธิการทหารร่วมมะกันรับ สงครามอัฟกันคือความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์

พลเอกมาร์ค มิลลีย์ ประธานเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐระบุว่า 20 ปีในสงครามอัฟกานิสถานของสหรัฐถือเป็นความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ ขณะที่เขาและนายพลคนสำคัญในกองทัพอีกคนหนึ่งบอกว่า พวกเขาได้ให้คำแนะนำประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้คงกองกำลังทหารสหรัฐ 2,500 นายเอาไว้ในอัฟกานิสถาน ก่อนหน้าที่สหรัฐจะประกาศถอนทหารทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานในเดือนสิงหาคม

พลเอกมิลลีย์ ประธานเสนาธิการทหารร่วม และพลเรือเอกแฟรงค์ แมคเคนซี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ ได้เข้าให้ปากคำกับรัฐสภาสหรัฐ ที่ดูเหมือนจะสวนทางกับที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน บอกไว้ ว่าเขาจำไม่ได้ว่ามีการให้คำแนะนำดังกล่าว

ทั้งนี้กองกำลังทาลิบันได้รุกคืบบุกยึดพื้นที่ต่างๆ ในอัฟกานิสถาน และยึดกรุงคาบูลได้ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม และก้าวขึ้นมาปกครองอัฟกานิสถาน ก่อนหน้าที่จะถึงเส้นตายที่ทหารสหรัฐจะถอนกำลังทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานในสิ้นเดือนเดียวกัน ซึ่งพลเอกมิลลีย์รับว่า สหรัฐรู้สึกประหลาดใจในความเร็วของการล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถาน

นายพลคนสำคัญทั้งสองคนได้เข้าให้ปากคำกับคณะกรรมมาธิการในวุฒิสภา พร้อมกับพลเอกลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันที่ 28 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น โดยการไต่สวนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นระหว่างการถอนกำลังทหารและอพยพคนออกจากสนามบินในกรุงคาบูล

พลเรือเอกแมคเคนซีซึ่งรับผิดชอบภารกิจการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานกล่าวว่า เขาได้ให้คำแนะนำให้คงกองกำลังขนาดเล็กราว 2,500 นายไว้ในอัฟกานิสถาน หลังจากที่เคยบอกไว้เมื่อปีก่อนหน้านี้ว่าจำนวนทหารที่จะคงไว้ในอัฟกานิสถานอยู่ที่ 4,500 นาย และยังเห็นว่าการกถอนทหารออกไปจะทำให้กองทัพอัฟกานิสถานและในท้ายที่สุดคือรัฐบาลอัฟกานิสถานล่มสลาย

ด้านพลเอกมิลลีย์กล่าวว่า เขาก็เห็นด้วยกับคำแนะนำดังกล่าว แต่เมื่อถูกสอบถามจากนายแดน ซุลลิแวน ส.ว.จากพรรครีพับลิกันว่า การแสดงความเห็นของประธานาธิบดีไบเดนเป็นเรื่องโกหกใช่หรือไม่ เพราะในการกล่าวให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ ไบเดนระบุว่ากองทัพไม่ได้ขอให้เขาคงกองกำลังไว้ในอัฟกานิสถาน แต่พลเอกมิลลีย์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

พลเอกมิลลีย์กล่าวด้วยว่า เป็นหน้าที่ของเขาที่จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดในฐานะเสนาธิการทหารร่วม แต่ท่านประธานาธิบดีไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับคำแนะนำดังกล่าวเพียงเพราะว่าพวกเขาเป็นนายพล และเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อหากผู้รับผิดชอบทางการเมืองจะต้องลาออก เพียงเพราะไม่ยอมทำตามคำแนะนำของเขา

”ผลของสงครามเช่นนี้ถือเป็นความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ เมื่อคำนึงว่าศัตรูกำลังควบคุมกรุงคาบูล จึงไม่มีคำอื่นที่จะอธิบายได้ มันคือผลกระทบที่สะสมเพิ่มขึ้นใน 20 ปี”พลเอกมิลลีย์กล่าว และว่าเราต้องนำบทเรียนนี้ไปศึกษา รวมถึงการที่สหรัฐทำให้อัฟกานิสถานพึ่งพาเทคโนโลยีของสหรัฐมากเกินไป ถือเป็นความพยายามที่ผิดพลาดที่เราทำให้ทหารอัฟกานิสถานเป็นเหมือนทหารสหรัฐ

พลเอกมิลลีย์กล่าวอีกว่า มีความเป็นไปได้จริงที่อัลเคด้าและกลุ่มต่างๆ ของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) จะกับมารวมตัวกันใหม่ในอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของทาลิบน ซึ่งจะกลายเป็นภัยก่อการร้ายที่คุกคามสหรัฐภายใน 12-36 เดือนข้างหน้า

ต่อมาเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีให้คุณค่ากับคำแนะนำที่ตรงไปตรงมาของประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมและกองทัพ แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจำเป็นจะต้องเห็นชอบกับคำแนะนำนั้น และว่าหากทหารสหรัฐยังคงอยู่ในอัฟกานิสถานหลังพ้นเส้นตายที่กำหนด ปัจจุบันสหรัฐจะต้องทำสงครามกับทาลิบัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มาแล้ว! อนุทิน นำทีมรับไฟเซอร์เด็ก 2 ล้านโดสแรก เผย 12-18 ปี ฉีดยี่ห้อเดียว เจรจาวัคซีนปีหน้าต่อ
บทความถัดไป‘หมอธีระวัฒน์’ ไขสงสัย ฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 เข้าชั้นผิวหนังทำไม?