ผู้สื่อข่าว”มติชน”รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ(ยูเอ็นจีเอ) สมัยที่ 71 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเลขาธิการยูเอ็นและประธานยูเอ็นจีเอ ณ สำนักงานใหญ่ยูเอ็นว่า นายบัน คีมุน เลขาธิการยูเอ็นได้แสดงความชื่นชมไทยที่มีบทบาทในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียนในการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(เอสดีจีส์) ทั้งยังบอกด้วยว่าบทบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นที่ประจักษ์ชัดในสายตาประชาคมโลก

นายเสขกล่าวว่า เลขาธิการยูเอ็นระบุว่าความร่วมมือระหว่างอาเซียนและยูเอ็นเป็นความร่วมมือที่ครอบคลุมทุกมิติดังนั้นจึงควรที่จะกระชับและส่งเสริมความร่วมมือที่มีให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ที่ประชุมได้เน้นการหารือในประเด็นที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนและยูเอ็น เพราะเป้าหมายในการพัฒนาของอาเซียนและการดำเนินการตามเอสดีจีส์ล้วนมุ่งไปสู่ปลายทางเดียวกันคือการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายเสขกล่าวต่อว่า การพัฒนาในสาขาหลักที่อาเซียนให้ความสำคัญในอีก 1-3 ปีข้างหน้าภายใต้วิสัยทัศน์อาเซียน ประกอบด้วย การสาธารณสุข การศึกษา การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน ธรรมาภิบาล การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการป้องกันสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเป้าหมาย 17 เป้าหมายภายใต้เอสดีจีส์ทั้งสิ้นเพื่อทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรมนุษย์

