สถานการณ์เมียนมาย่ำแย่หนัก ค่าเงินจัตร่วง 60% ใน 4 สัปดาห์

REUTERS

สถานการณ์เมียนมาย่ำแย่หนัก ค่าเงินจัตร่วง 60% ใน 4 สัปดาห์

เงินจัตของเมียนมาอ่อนค่าลงถึง 60% ในเวลาเพียง 4 สัปดาห์นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเป็นต้นมา ส่งผลให้ราคาอาหารและน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของเมียนมาก็ไม่ขยับไปไหนนับตั้งแต่การปฏิวัติยึดอำนาจโดยกองทัพ

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางเมียนมาพยายามที่จะผูกค่าเงินจัตให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบไม่เกิน 0.8% เมื่อเทียบเงินดอลลาร์ ก่อนที่จะต้องยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าวในวันที่ 10 กันยายน เมื่อเกิดแรงกดดันอันเนื่องมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ขาดแคลนเงินดอลลาร์ก็ยิ่งเลวร้ายหนัก จนกระทั่งร้านแลกเงินบางแห่งต้องปิดตัว โดยร้านแลกเงินโพสต์ข้อความบนหน้าเฟซบุ๊กว่า เป็นเพราะความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงินในขณะนี้ ทำให้ร้านแลกเปลี่ยนเงินตรานอร์ธเทิร์น บรีซ ทั้งหมดต้องปิดทำการเป็นการชั่วคราว

สำหรับร้านที่ยังคงเปิดทำการอยู่ก็กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 2,700 จัตต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 กันยายน เมื่อเทียบกับวันที่ 1 กันยายนอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1,695 จัตต่อดอลลาร์ และ 1,395 จัตต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์

นายริชาร์ด ฮอร์เซย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาจากอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งแรงสั่นสะเทือนถึงนายพลเมียนมา ที่ค่อนข้างฝังใจกับประเด็นของค่าเงินจัตว่าเป็นตัวชี้วัดสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพกว้าง

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ธนาคารโลกเพิ่งจะเผยแพร่การคาดการณ์เศรษฐกิจโดยในส่วนของเมียนมาจะทรุดตัวลงถึง 18% ในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเมียนมาจะประสบปัญหาการจ้างงานถดถอยหนักที่สุดในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้จำนวนคนยากจนในประเทศเพิ่มสูงขึ้นตามมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แม่เจนนี่ ได้หมดฯ แชร์โพสต์คู่กรณีขอโทษปมหมิ่นประมาท 15 วัน พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย
บทความถัดไประดมล้างพิษวุ่น โวย คฝ.ฉีดน้ำแรง-แก๊สแสบหนัก ซัดถนนเป็นของ ปชช. เผยอาชีวะปกป้องฯดักตี