‘นักข่าวฟิลิปปินส์-รัสเซีย’ คว้าโนเบลสันติภาพ

(FILES) . (Photo by Isaac LAWRENCE / AFP)

นักข่าวฟิลิปปินส์-รัสเซียคว้าโนเบลสันติภาพ

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม คณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ ประกาศมอบรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปีนี้ ให้กับ นาง มาเรีย เรสซา ผู้สื่อข่าวชาวฟิลิปปินส์วัย 58 ปี และ นายดมิตรี มูราตอฟ ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซียวัย 59 ปี จากการดำเนินความพยายามเพื่อปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญอันจะนำไปสู่ ประชาธิปไตยและสันติที่ยั่งยืน
ถ้อยแถลงของคณะกรรมการฯ ระบุว่า นางเรสซา และ นายมูราตอฟ ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติเนื่องจากความกล้าหาญในการต่อสู้เพื่อรักษาเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศฟิลิปปินส์ และรัสเซียตามลำดับ จนกลายเป็นตัวแทนของผู้สื่อข่าวทั่วทั้งโลก ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งโลกในอุดมคติในประเทศที่ซึ่งประชาธิปไตยและเสรีภาพของสื่อมวลชนกำลังตกอยู่ในสภาพที่ตรงกันข้าม

คำแถลงระบุว่า มาเรีย เรสซา ใช้เสรีภาพในการแสดงออกเพื่อเปิดโปงถึงการใช้อำนาจอย่างบิดเบือน ใช้ความรุนแรง และอาศัยลัทธิอำนาจนิยมที่เติบใหญ่อย่างต่อเนื่องในประเทศฟิลิปปินส์ บ้านเกิดของตน โดยได้ร่วมก่อตั้ง แรพเพลอร์ บริษัทสื่อดิจิทัลเพื่องานข่าวสืบสวนสอบสวนขึ้นในปี 2012 ทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้สื่อข่าวและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท และแสดงออกโดยปราศจากความกลัวในการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกของตนเอง ทุ่มเทในการทำงานเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ “สงครามยาเสพติด” ที่อื้อฉาวของประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงจนผิดปกติ แทบกลายเป็นการทำสงครามกับประชาชนของตนเอง นอกเหนือจากนั้นยังนำเสนอและบันทึกเหตุการณ์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการแพร่ของเฟคนิวส์, ก่อกวนผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาล และเพื่อบิดเบือนความคิดเห็นของสาธารณชน

ในขณะที่นายมูราตอฟ ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกในรัสเซียมานานหลายสิบปี ท่ามกลางสถานการณ์ที่เพิ่มความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์อิสระชื่อ “โนวายา กาเซตา” ขึ้นในปี 1993 และทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหารมานานถึง 24 ปี จนได้ชื่อว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่เป็นอิสระที่สุดในรัสเซียในเวลานี้ นำเสนอรายงานและทัศนะวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มบุคคลที่อยู่ในอำนาจโดยอาศัยข้อเท็จจริงและความเป็นสื่อมืออาชีพ เปิดโปงและวิพากษณ์วิจารณ์ ตั้งแต่เรื่องของการคอร์รัปชัน, การใช้ความรุนแรงเกินเหตุของตำรวจ, การจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย, การโกงการเลือกตั้ง และการใช้กองทัพรัสเซียทั้งภายในและภายนอกประเทศ จนถูกตอบโต้การก่อกวน, คุกคาม, ถูกปฏิบัติต่ออย่างรุนแรง เรื่อยไปจนถึงฆาตกรรมเพื่อนร่วมงาน อาทิ แอนนา โพลิตคอฟสกายา ผู้เขียนบทความวิจารณ์สงครามในเชชเนีย แต่มูราตอฟ ยังคงยืนหยัดในการทำหน้าที่โดยไม่เปลี่ยนแปลง

นางเบริต รีส-แอนเดอร์เสน ประธานคณะกรรมการฯระบุว่า คณะกรรมการฯตั้งใจจะให้การมอบรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญในการปกป้องเสรีภาพพื้นฐานในสังคมซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน เพราะหากปราศจากสิ่งเหล่านี้ย่อมยากที่จะส่งเสริมภราดรภาพระหว่างประเทศ, การลดอาวุธและความสำเร็จในการสร้างโลกที่ดีกว่าขึ้นมานั่นเอง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายดมิตรี เพสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย แถลงหลังจากปรากฏข่าวนาย มูราตอฟ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพในปีนี้ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับนายมูราตอฟ
“มูราตอฟ ยืนหยัดทำหน้าที่ของตนตามแนวทางที่เป็นอุดมคติของตนเอง ทุ่มเทให้กับการทำหน้าที่นั้น ถือว่าเป็นบุคคลมีพรสวรรค์ มีความสามารถและกล้าหาญผู้หนึ่ง” นายเพสคอฟ กล่าว

ทางด้านนาง มาเรีย เรสซา ยอมรับว่าถึงกับตกตะลึงกับข่าวการได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพของตัวเอง โดยบอกในระหว่างการถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ข่าวแรพเพลอร์ ว่า รู้สึกช็อคอยู่ในขณะนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้การรักษามะเร็งเต้านมด้วยการผ่าตัด และการรักษาผลข้างเคียงภาวะแขนบวมหลังรักษามะเร็งเต้านม
บทความถัดไปการรถไฟฯ แจ้งเปิดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือที่ถูกน้ำท่วมเสียหายแล้ว