คอลัมน์ Think Tank: การดีเบตครั้งประวัติศาสตร์ ‘ฮิลลารี คลินตัน’ ปะทะ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

26.09.16 | 18:00 น.
AFP PHOTO / PAUL J. RICHARDS

ทั้งฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน ไม่มีใครได้เปรียบอย่างชัดเจนในการดีเบตหรือโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์แบบเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรก ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 กันยายนนี้ตามเวลาท้องถิ่น

และแน่นอนว่าการปรากฏตัวเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกของทั้งคู่จะสามารถดึงดูดผู้ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ได้จำนวนมหาศาล ที่นักวิเคราะห์ระบุว่า อาจมากถึง 100 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยมีมาก่อนในการเมืองอเมริกัน

การดีเบตครั้งนี้จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในอีกทางหนึ่งด้วย นั่นคือไม่เคยมีผู้หญิงเข้าร่วมในการดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาก่อนนับตั้งแต่มีการจัดขึ้นเมื่อปี 2503

แม้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่จะตัดสินใจแล้วก่อนหน้าการเลือกตั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน และการดีเบตของคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 3 ครั้ง (อีก 2 ครั้งจะมีขึ้นในวันที่ 9 และ 19 ตุลาคม) จะมีผลแค่เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นเท่านั้น

แต่การดีเบตจะยังคงส่งผลต่อผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า ใครควรจะมารับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากบารัค โอบามา และดูเหมือนว่า จำนวนผู้ที่ยังลังเลจะมีมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว คิดเป็น 9 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อ้างอิงจากผลสำรวจของเอ็นบีซี

Advertisement

ดังนั้น จึงเป็นที่น่าจับตาว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาใช้เพื่อเอาชนะคู่แข่งในการดีเบตทั้ง 3 นัด

แม้ว่าฮิลลารีจะมีประสบการณ์เรื่องการบริหารงานในวอชิงตัน และความรู้เรื่องประเด็นต่างๆ อย่างลึกซึ้ง แต่เธอก็ขาดสิ่งที่ผู้สนับสนุนทรัมป์จำนวนมากมองว่าเขามี นั่นคือความเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน

มิตเชลล์ แมคคินนีย์ ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารทางการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยมิสซูรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการดีเบตทางการเมืองบอกว่า ผู้ชมโทรทัศน์ชื่นชอบผู้สมัครที่สามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ของตนออกมาได้ด้วยวลีที่ง่าย น่าสนใจและน่าจดจำ

ฮิลลารีซึ่งมีความฉลาดและเชี่ยวชาญในรายละเอียด จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดทางเทคนิคและการตอบคำถามของผู้ดำเนินรายการอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากเกินไป

โอบามาที่ถูกนักข่าวถามว่า คำแนะนำในการดีเบตที่จะมีให้กับฮิลลารีคืออะไร เขาบอกว่า “เป็นตัวของคุณเอง และพยายามอธิบายถึงสิ่งที่เป็นแรงผลักดันของคุณ”

ขณะที่ทรัมป์นั้นมีความเชื่อมโยงกับผู้สนับสนุนเขาอย่างลึกซึ้งในด้านอารมณ์ซึ่งยากที่คู่แข่งจะทาบได้ เพราะอารมณ์มักอยู่เหนือข้อมูล

แต่ในการดีเบตกับผู้สมัครรายอื่นในการเลือกตั้งขั้นต้นชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ทรัมป์ไม่เคยทำได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนเลย เขาเลือกที่จะใช้วิธีปล่อยให้ผู้สมัครรายอื่นๆ โจมตีกันเอง ขณะที่ในรอบหลังๆ ที่เหลือผู้สมัครน้อยลง ทรัมป์ใช้วิธีพูดโจมตีผู้สมัครคนอื่นด้วยการตั้งชื่อเล่นที่ฟังดูแย่ และใช้วลีที่รุนแรงในการจิกกัดคู่แข่ง

ที่อย่างไรก็ตาม ในการดีเบตตัวต่อตัวกับฮิลลารีเป็นเวลา 90 นาที ทรัมป์ควรต้องมีการพูดที่เป็นแก่นสารสาระสำคัญบ้าง ซึ่งคงต้องรอติดตามกัน