โฆษก กต.แจงใช้การทูตสร้างความมั่นใจในการเปิดประเทศอย่างเต็มที่ทุกมิติ

โฆษก กต.แจงใช้การทูตสร้างความมั่นใจในการเปิดประเทศอย่างเต็มที่ทุกมิติ

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงที่มีการระบุว่ารัฐบาลไม่เคยใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตในการสร้างความมั่นใจแก่ต่างประเทศว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สร้างความมั่นใจกับต่างประเทศผ่านการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางเข้าประเทศโดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งช่วยให้คนไทยและต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ อาทิ การออกเอกสาร Certificate of Entry (COE) สำหรับผู้เดินทาง ซึ่งกำลังปรับเป็นระบบ Thailand Pass ที่จะมีความสะดวกต่อผู้เดินทางยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ รวมทั้งการอนุมัติให้ผู้เดินทางจากทุกประเทศและพื้นที่ทั่วโลก สามารถเข้าร่วมโครงการท่องเที่ยวนำร่อง (sandbox) ต่างๆ ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เช่นเดียวกับโครงการ Phuket Sandbox
นายธานีกล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-15 ตุลาคม มีผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าร่วมโครงการ Phuket Sandbox แล้วถึง 48,532 คน ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวไทยที่เพิ่มมากขึ้น สร้างรายได้แก่ไทยมากกว่า 2 พันล้านบาท
สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นกับนานาประเทศนั้น นายธานียืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในทุกระดับในการสื่อสารกับต่างชาติเพื่อแสดงพัฒนาการในเชิงบวกของไทย ตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้ยกประเด็นด้านสถานการณ์โควิด-19 และความร่วมมือด้านวัคซีน ในการพบหารือทวิภาคีกับประเทศต่างๆ เกือบ 20 ประเทศ ในระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสหประชาชาติและทุกประเทศได้ร่วมมือกับไทยในด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 ด้วย
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ พัฒนาการของไทย และประชาสัมพันธ์การเดินทางเข้าประเทศไทยกับประเทศต่างๆ เพื่อส่งเสริมความมั่นใจด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด
“ผู้บริหารกระทรวงทุกระดับและกรมต่างๆ ได้เร่งผลักดันทุกช่องทางสร้างความร่วมมือด้านวัคซีนและเวชภัณฑ์จากประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยได้รับการสนับสนุนวัคซีนรวมแล้วกว่า 5.8 ล้านโดส รวมทั้งได้เจรจาแลกเปลี่ยนวัคซีน (vaccine swap) และได้รับเวชภัณฑ์จำนวนมากจากมิตรประเทศ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องผลิตออกซิเจน ชุดตรวจ RT-PCR ชุดตรวจ ATK หน้ากากอนามัย ชุด PPE และยังมีหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ประสงค์ที่จะบริจาควัคซีนและเวชภัณฑ์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความสำเร็จจากการผลักดันร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย” นายธานีกล่าว
นายธานีกล่าวด้วยว่า ความมั่นใจที่ต่างประเทศมีต่อไทยในระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เห็นได้จากการที่หลายประเทศมีคณะผู้แทนระดับสูงมาเยือนไทยเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการคัดกรองและควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อาทิ รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมาพันธรัฐสวิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและมนตรีแห่งรัฐจีน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ เป็นต้น
นายธานีย้ำว่า รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ทุกช่องทางรวมทั้งการทูตส่งเสริมความสัมพันธ์และแสวงหาความร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดโควิด-19 อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon