หน้าแรก ต่างประเทศ ผลวิจัยในอิสร...

ผลวิจัยในอิสราเอลชี้ วัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพสูงต้านสายพันธุ์เดลต้าในกลุ่มวัยรุ่น

21.10.21 | 17:18 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

ผลวิจัยในอิสราเอลชี้ วัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพสูงต้านสายพันธุ์เดลต้าในกลุ่มวัยรุ่น

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างผลวิจัยในอิสราเอลชี้ว่า วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบออนเทค มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อและการแสดงอาการของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ในหมู่วัยรุ่นอายุระหว่าง 12-18 ปี

ผลวิจัยนี้ที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ พบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทค ในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มวัยรุ่นมีมากถึง 90% และ มีประสิทธิภาพในป้องกันการแสดงอาการ 93% ในวันที่ 7 ถึงวันที่ 21 หลังการฉีดวัคซีนเข็มสอง


โดยผลวิจัยนี้ได้จากการที่ คลาลิต องค์กรด้านสุขภาพของอิสราเอล และคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทำการศึกษาข้อมูลจากกลุ่มผู้รับวัคซีนจำนวน 94,354 คน อายุระหว่าง 12-18 ปี เทียบกับกลุ่มวัยรุ่นจำนวนเท่ากันจากกลุ่มอายุเดียวกันที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ในการทำการศึกษาระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า กำลังเป็นสายพันธุ์ระบาดหลักในอิสราเอล

ในแถลงการณ์เผยแพร่เมื่อค่ำวันพุธ(20 ต.ค.) คลาลิตระบุว่า ผลการศึกษานี้เป็นหนึ่งในผลการศึกษาที่ผ่านการตรวจสอบทบทวนจากเพื่อนร่วมวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ในการต่อสู้กับสายพันธุ์เดลต้า

การค้นพบนี้อาจทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นในวัคซีนตัวนี้ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโควิดกลายพันธุ์ในกลุ่มคนหนุ่มสาว ในขณะที่องค์การอาหารและยา(เอฟดีเอ)ของสหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณาการอนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มเด็กที่มีอายุน้อยถึง 5 ขวบ

Advertisement

เมื่อต้นสัปดาห์นี้การวิเคราะห์ที่เผยแพร่โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(ซีดีซี)ของสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า วัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทค มีประสิทธิภาพสูงถึง 93% ในการช่วยป้องกันการต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในกลุ่มคนอายุ 12-18 ปี ขณะที่วัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทค ได้อนุมัติให้ใช้ในกลุ่มเด็กที่มีอายุน้อยถึง 12 ปีแล้ว โดยบริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทค ยังกำลังยื่นขอความเห็นชอบจากเอฟดีเอให้อนุมัติใช้วัคซีนโควิดของตนในกลุ่มเด็กอายุน้อยถึง 5 ขวบด้วย คาดว่าคณะที่ปรึกษาของเอฟดีเอจะพิจารณาเรื่องนี้ในปลายเดือนนี้