โอไมครอนลามแล้ว 62 ปท. เดนมาร์ก ยืนหนึ่งพบมากสุด 577 ราย

โอไมครอนลามแล้ว 62 ปท. เดนมาร์ก ยืนหนึ่งพบมากสุด 577 ราย

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพี รายงานความคืบหน้าการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ โอไมครอนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมนี้ว่า โอไมครอนลุกลามออกไปพบใน 62 ประเทศทั่วโลกแล้ว โดยมียอดยืนยันการติดเชื้อโอไมครอน 2,325 ราย มีผู้ต้องสงสัยที่รอการยืนยันว่าจะติดเชื้อโอไมครอนอีก 78,063 ราย ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนสูงสุดในเวลานี้คือ เดนมาร์ก จำนวนที่ยืนยัน 577 ราย รองลงมาเป็นสหราชอาณาจักร (ยูเค) ยืนยันแล้ว 568 ราย ในขณะที่การแพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระจายออกไปเป็น 21 รัฐแล้ว มีจำนวนยืนยันการติดเชื้อรวม 71 ราย ที่รอยืนยันอีก 18 ราย

รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า สองประเทศล่าสุดที่ประกาศการพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนก็คือ ปากีสถาน โดยพบในผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนในนครการาจี และไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน ผู้ป่วยรายนี้มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ แต่ทางการไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นประเทศใด เพียงระบุว่า กำลังติดตามผู้ที่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดมาเพื่อตรวจสอบหาเชื้อแล้ว

อีกประเทศที่รายงานการค้นพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนเมื่อตอนดึกของวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมาก็คือ คิวบา โดยผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโอไมครอนเคยเดินทางไปยังประเทศโมซัมบิกในทวีปแอฟริกา เป็นคนจากจังหวัดพีนาร์เดลริโอ ประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กลับคิวบามาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน และถูกพบว่าติดเชื้อโควิดในวันรุ่งขึ้น ทางการสามารถระบุตัว ผู้สัมผัสใกล้ชิด 18 คน แต่ไม่พบติดเชื้อแต่อย่างใด

ที่ประเทศอังกฤษ นายซายิด จาวิด รัฐมนตรีสาธารณสุขแถลงในวันเดียวกันนี้ว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ตัดสินใจประกาศ “แผน 2” เพื่อบังคับใช้มาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมสำหรับชะลอการแพร่ระบาดของโอไมครอนในประเทศลง ซึ่งน่าจะส่งผลให้ไม่ต้องบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มข้นมากกว่านี้ในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ โดยมาตรการใหม่ที่ประกาศก่อนหน้านี้ มีทั้งการกำหนดให้ทำงานจากที่บ้าน, สวมหน้ากากป้องกันในที่สาธารณะ และต้องแสดงใบผ่านการฉีดวัคซีน เป็นต้น

นายจาวิดยอมรับว่า โอไมครอน แพร่ระบาดเร็วกว่าเชื้อกลายพันธุ์ทุกตัวที่ผ่านมา และเป็นไปได้ที่จะทำให้มีผู้ติดเชื้อราว 1 ล้านคนทั่วยูเคภายในสิ้นเดือนนี้ หากอัตราการแพร่ระบาดยังคงระดับอยู่เหมือนในปัจจุบันนี้ ดังนั้นมาตรการทุกอย่างจึงมีความจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ระบบของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอีกครั้ง

ที่ประเทศออสเตรเลีย นางมารีแอนน์ เกล รองหัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ซึ่งมีซิดนีย์เป็นเมืองเอก ระบุว่า ยอดการติดเชื้อโควิด-19 จากการเที่ยวผับ บาร์ และคลับต่างๆ ในนครซิดนีย์พุ่งขึ้นสูงอีกครั้งหนึ่ง โดยมียอดติดเชื้อใหม่ 420 คนในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ หลังจากมีการผ่อนปรนมาตรการเข้มงวดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม นอกจากนั้นยังตรวจพบ ผู้ติดเชื้อโอไมครอนเพิ่มเติมอีก 3 รายอยู่ร่วมในปาร์ตี้บนเรือสำราญที่เทียบท่าฮาเบอร์ ทำให้ต้องเร่งตรวจสอบหากลุ่มเสี่ยงสัมผัสจากงานปาร์ตี้ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ทำให้ยอดติดเชื้อโอไมครอนทั่วประเทศของออสเตรเลียเพิ่มเป็น 52 รายแล้ว

แนวโน้มที่น่าวิตกมาจากสถานการณ์ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการแพร่ระบาดระลอกที่ 4 เมื่อยอดผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พุ่งขึ้นสูงเกือบ 20,000 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 36 ราย โดยสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติ (เอ็นไอซีดี) ไม่สามารถจำแนกได้ว่า ยอดรวมดังกล่าวมีผู้ติดเชื้อโอไมครอนอยู่เท่าใด เนื่องจากขีดจำกัดในการจำแนกพันธุกรรม แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โอไมครอน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่เป็นระลอกที่ 4 ในประเทศในเวลานี้

ประธานาธิบดี ไซริล รามาโฟซา แห่งแอฟริกาใต้ เตรียมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสที่เกี่ยวข้องกับการรับมือโควิด-19 ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะนำมาตรการที่เข้มงวดขึ้นมาใช้เพื่อชะลอการระบาดหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon