อเมริกันติดโควิดทะลุ50ล้านคน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วประเทศของสหรัฐอเมริกาพุ่งผ่านหลัก 50 ล้านคนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้จากการประมวลข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งระบุว่า เชื้อกลายพันธุ์เดลต้า ยังคงเป็นเชื้อโควิด-19 ที่คุกคามคนอเมริกันมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งเพิ่งพบในสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ยอดติดเชื้อเพิ่มรายวันในสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน แต่กลับเริ่้มเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการติดเชื้อใหม่เหล่านั้นยังคงเป็นการติดเชื้อ เดลต้า ที่แพร่ระบาดง่ายและมีความรุนแรงสูงเป็นหลัก
พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นมากที่สุด เป็นพื้นที่ในเขตหนาวเย็นของประเทศซึ่งมีการติดเชื้อใหม่เพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อคิดจากสัดส่วนของผู้ติดเชื้อต่อจำนวนประชากร อาทิ รัฐเวอร์มอนต์, นิวแฮมป์เชียร์ และ มิชิแกน เป็นต้น
ในเวลาเดียวกันจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเพิ่มขึ้นมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับระดับเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่เป็นวันหยุดในเทศกาลแธงส์กีฟวิง
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยอัตราการตายเพิ่มขึ้นราว 4.6 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา ก็ผ่านหลัก 800,000 รายไปแล้วเช่นเดียวกัน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทั่วสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 36,354 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 195 ราย ทั้งนี้ดร. โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ระบุว่า แม้จะมีการตรวจพบเชื้อโอไมครอนแล้วในแทบทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา แต่เชื้อเดลต้า ยังคงเป็นต้นเหตุให้เกิดการติดเชื้อมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนการติดเชื้อทั้งหมดในเวลานี้
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ของรอยเตอร์ แสดงให้เห็นว่า ต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็มการติดเชื้อในสหรัฐอเมริกาจึงถึงยอดสะสม 25 ล้านรายแรก แต่กลับใช้เวลาเพียง 323 วันเท่านั้นยอดสะสมก็เพิ่มจาก 25 ล้านเป็น 50 ล้านราย อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อเดลต้า
นายจอห์น มัวร์ ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา จากวีล คอร์เนลล์ เมดิคัล คอลเลจ ชี้ว่า โอไมครอน อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสหรัฐอเมริกาได้ หากยอดการระบาดที่เป็นเชื้อโอไมครอนเริ่มเพิ่มเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดติดเชื้อใหม่ทั้งหมด แล้วขยับเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์ถัดไป ก็จะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเชื้อเดลต้ากำลังถูกแทนที่ด้วยโอไมครอน ทั้งนี้สถิติดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อเชื้อเดลต้าเริ่มระบาดทดแทนเชื้ออัลฟ่า มาแล้วก่อนหน้านี้

