หน้าแรก ต่างประเทศ บลิงเคน เยือน...

บลิงเคน เยือนอินโด ถกนโยบายต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

13.12.21 | 19:26 น.
ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (ขวา) ของอินโดนีเซีย พบนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (กลาง) และนายซุง คิม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอินโดนีเซีย (ซ้าย) ที่วังเมอร์เดก้า ในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม (เอเอฟพี)

บลิงเคน เยือนอินโด ถกนโยบายต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้เริ่มการเดินทางเยือนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว โดยเยือนกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นที่แรก โดยนายบลิงเคนพูดถึงเรื่องนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสหรัฐและจีน

ทางกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐเปิดเผยว่า ในการหารือกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโดของอินโดนีเซีย นายบลิงเคนแสดงออกถึงการสนับสนุนการเป็นผู้นำในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกของอินโดนีเซีย ทั้งในฐานะประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 และผู้สนับสนุนที่สำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย ส่วนในวันที่ 14 ธันวาคม นายบลิงเคนจะพูดถึงการที่สหรัฐเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

ก่อนหน้านี้นายแดเนียล เจ. คริเทนบริงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้กล่าวก่อนการเดินทางมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนายบลิงเคนว่า “ในการหารือ บลิงเคนจะเน้นไปในด้านความมั่นคงทางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับการกลั่นแกล้งของจีนในทะเลจีนใต้ เราไม่สนับสนุนการกระทำของจีนหรือใครก็ตามที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลายความมั่นคงของภูมิภาค”

นอกจากนี้นางบลิงเคนได้วางแผนที่จะพูดถึงเรื่องวิกฤตในเมียนมาที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเขาได้กล่าวว่า จีนสร้างบททดสอบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของศตวรรษ แต่จีนกำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างการแข่งขันและการเผชิญหน้า

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของจีนกับไต้หวันที่ปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตยเริ่มเลวร้ายลง โดยจีนอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และให้คำมั่นว่าจะยึดคืนหนึ่งวันโดยใช้กำลังหากจำเป็น

Advertisement

ทั้งนี้หลังจากที่เยือนประเทศอินโดนีเซีย นายบลิงเคนจะเยือนมาเลเซียและประเทศไทยต่อไป