สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เผยแพร่รายงาน ระบุว่า มี 10 ประเทศที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด 21 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่บรรดาประเทศผู้มั่งคั่งกลับรับผู้ลี้ภัยเข้าไปเพียงน้อยนิดเท่านั้น
รายงานของแอมเนสตี้ฯ ระบุว่า 56 เปอร์เซ็นต์ของผู้ลี้ภัยปัจจุบัน พักพิงอยู่ใน 10 ประเทศ ที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันเป็น 2.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีโลกเท่านั้น โดยประเทศที่มีผู้ลี้ภัยมากสุดคือจอร์แดน ที่มีอยู่กว่า 2.7 ล้านคน ตามด้วยตุรกี กว่า 2.5 ล้านคน ปากีสถาน 1.6 ล้านคน และเลบานอน กว่า 1.5 ล้านคน ส่วนอีก 6 ประเทศที่เหลือได้แก่ อิหร่าน มี 979,400 คน, เอธิโอเปีย 736,100 คน, เคนยา 553,900 คน, ยูกันดา 477,200 คน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 383,100 คน และชาด 369,500 คน
แอมเนสตี้ฯ ระบุว่า ขณะที่หลายประเทศที่มีฐานะร่ำรวยกลับรับผู้อพยพเอาไว้เพียงน้อยนิด ความเห็นแก่ตัวของกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยเหล่านี้จะทำให้วิกฤตผู้ลี้ภัยเลวร้ายลงไปอีก หากทุกประเทศที่มั่งคั่งรับผู้ลี้ภัยในสัดส่วนที่พอเหมาะ ก็จะสามารถแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยได้

