ข้อมูลชี้โอไมครอนทำป่วยไม่หนัก แต่หลบหลีกวัคซีนได้
ผลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลหลังการพบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอไมครอนมาหลายสัปดาห์บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า โอไมครอนเป็นไวรัสที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วแต่อาจมีอาการป่วยน้อย อย่างไรก็ดี วัคซีนต้านโควิด-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจทำให้มันแพร่ระบาดได้ช้าลง แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโอไมครอนได้
ผลวิเคราะห์ดังกล่าวมาจากข้อมูลจากประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งพบการแพร่ระบาดของโอไมครอนเป็นครั้งแรกระบุว่า วัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคมีความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อโอไมครอนน้อย แต่ข่าวดีคือยังสามารถลดและป้องกันการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้
อย่างไรก็ดี การค้นพบดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่ได้ผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพของงานวิจัยก่อนการตีพิมพ์ (peer review) แต่ข้อมูลล่าสุดนี้ก็สอดคล้องกับข้อมูลที่มีมาก่อนหน้าเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน ขณะที่ทั่วโลกกำลังเร่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจกับมันให้มากขึ้น
ดร.จาค็อบ เลอมิเยอ ซึ่งทำการเฝ้าระวังไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ต่างๆ ให้กับความร่วมมือด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ขณะนี้พบการระบาดของโอไมครอนอย่างรวดเร็วทั้งในอังกฤษ เดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่ามีการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในระดับที่น่าตกใจ โอไมครอนแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ และรวดเร็วกว่าการคาดการณ์ในแง่ร้ายที่สุดที่พวกเราเคยคิดไว้
เลอมิเยอกล่าวว่า ในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกก่อน สหรัฐยังสามารถมองไปยังยุโรปหรืออังกฤษเพื่อจับสัญญาณล่วงหน้าว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แต่กับโอไมครอนมันเกิดขึ้นในทุกที่พร้อมกันในคราวเดียวด้วยความรวดเร็วอย่างถึงที่สุด
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโอไมครอนจะทำให้โรงพยาบาลต้องรับมือกับผู้ป่วยเกินขีดความสามารถหรือไม่ โดยในแอฟริกาใต้ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นแต่จำนวนผู้ใหญ่ที่เข้ารับการรักษาตัวเนื่องจากโควิด-19 อยู่ที่ 29% ซึ่งยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดระลอกก่อนหน้านี้ในช่วงกลางปี 2563
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางคนตั้งข้อสงสัยว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอะไรได้ เนื่องจากโอไมครอนยังถือเป็นไวรัสกลายพันธุ์ที่ค่อนข้างใหม่ และการเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังพบการติดเชื้อ

