เบน สติลเลอร์ เปิดใจ ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก รักษามา 2 ปี หมอเชื่อหายขาด เพราะตรวจเจอเร็ว!!!

5.10.16 | 13:30 น.
(เครดิตภาพจาก google.com)

เว็บยาฮู รายงานว่า เบน สติลเลอร์ พระเอกตลกชื่อดังของฮอลลีวู้ดวัย 50 ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกในรายการ Tuesday’s Howard Stern Show ของฮาวเวิร์ด สเติร์น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรงเฉียบพลันตอนอายุ 48 ปี หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และได้รับการผ่าตัดรักษาเรียบร้อยแล้ว จึงอยากออกมาให้ความรู้เรื่องนี้แก่ผู้ชาย ให้ไปพบแพทย์ และเข้ารับการตรวจวัดค่าพีเอสเอ” (Prostate-Specific Antigen(PSA) “ตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากที่ผลการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากของตนได้ผลดี ก็เพราะแพทย์แนะนำให้ตรวจหาค่าพีเอสเอตั้งแต่ตอนอายุ 46 กระทั่งพบความผิดปกติ และนำไปสู่การรักษา

ทั้งนี้ พระเอกตลกชื่อดัง ได้ออกรายการพร้อมด้วย นายแพทย์เอ็ดเวิร์ด เชฟเฟอร์ ศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมากให้เขา พร้อมเผยความรู้สึกตอนรู้ว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแน่ๆจากปากหมอเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557 ว่า ” ผมซึมไปเลย เพราะไม่เคยคิดมาก่อน”
ดาราดัง ผู้มีผลงานสร้างชื่ออาทิ Zoolander, The Secret Life of Walter Mitty ฯลฯ เล่าว่า หลังจากนั้น 2 เดือน เขาจึงเข้ารับการผ่าตัด โดยเช้าวันที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด สติลเลอร์บอกว่าเขารู้สึก” กลัวมากจริงๆ” แล้วได้บอกกับลูกทั้งสองซึ่งมีอายุ 12 ปี และ 9 ปีว่า เขามีเรื่องจำเป็นต้องจัดการ แต่ไม่ได้บอกให้ลูกรู้ว่าเขาเป็นมะเร็ง เพราะไม่อยากให้ลูกๆหวาดกลัว
สติลเลอร์ กล่าวว่า เขาปลอดมะเร็งมา 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังต้องเข้ารับการตรวจวัดค่าพีเอสเอทุก 6 เดือน “ในครอบครัวผม ไม่เคยมีประวัติใครป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และผมก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และผมก็ไม่มีอาการใดๆเลยด้วย สำหรับวันนี้ผมแข็งแรงดีแล้วเป็นเพราะว่า ความรอบคอบของแพทย์ที่รักษาผม ที่แนะนำให้ผมเริ่มตรวจวัดระดับพีเอสเอ และได้พูดคุยแนะนำขั้นตอนรักษาแก่ผม ซึ่งถ้าหากผมยังรอไปเรื่อยๆ จนอายุ 50 ปีแล้วค่อยตรวจวัดค่าพีเอสเอ เหมือนที่สถาบันโรงมะเร็งอเมริกันแนะนำ ผมก็คงไม่รู้ว่า มีก้อนเนื้อที่กำลังโตจนกระทั่ง 2 ปีต่อมา ผมจึงได้รับการผ่าตัดรักษา และถึงตอนนั้น ผลการรักษาอาจไม่ดีเช่นนี้ “