“ที่ปรึกษาฮุนเซน” เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวไทย-กัมพูชาเต็มรูปแบบ ด้วยซอฟต์พาวเวอร์

ดร.ซก ซกกรัดทะยา ที่ปรึกษาส่วนตัว สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

“ที่ปรึกษาฮุนเซน” เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวไทย-กัมพูชาเต็มรูปแบบ ด้วยซอฟต์พาวเวอร์

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ดร. ซก ซกกรัดทะยา หรือดร.แซม ที่ปรึกษาส่วนตัว สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและไทยว่า จะเน้นด้านการค้าบริเวณชายแดน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเที่ยวชมธรรมชาติ โดยใช้ชอฟต์พาวเวอร์อย่างภาพยนตร์และซีรีส์ กล่าวคือจะใส่เรื่องราววัฒนธรรม ความเชื่อและศิลปะของกัมพูชาลงไปในภาพยนตร์ด้วยและมีสถานที่ท่องเที่ยวในกัมพูชา อย่างเช่น นครวัด เป็นสถานที่หนึ่งที่ตัวละครจะเข้าไปมีบทบาท นอกจากนี้จะมีการออกสินค้าท่องเที่ยว สินค้าท่องเที่ยวที่ว่าคือสถานที่ที่ให้นักท่องเที่ยวไปทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การเข้าไปไหว้พระในวัดโบราณ หรือเที่ยวหมู่บ้านหมอดูกัมพูชาซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเชื่อที่มีชื่อเสียงของกัมพูชา

แผนการท่องเที่ยวดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะชาวไทยให้เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในกัมพูชามากขึ้น จากเดิมช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวไทยไปกัมพูชากว่า 1 ล้านคน ซึ่งดร.ซก วางแผนที่จะผลักดันแผนแม่บทดังกล่าวเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไทยให้เป็น 1.5 ล้านคนในปี 2023 และ 3 ล้านคนในปี 2024

สำหรับความคืบหน้าของแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว ดร.ซกระบุว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องบท เรื่องตัวนักแสดงซึ่งจะมีทั้งดาราไทยและกัมพูชากับทีมที่ทำภาพยนตร์แล้ว โดยคาดว่าในช่วงต้นปีหน้าจะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

หากในอนาคตภาพยนตร์หรือซีรีส์ได้ออกอากาศแล้ว ดร.ซกได้คิดแผนที่จะสร้างรายได้ให้ชาวกัมพูชาต่อยอดจากความนิยมในภาพยนตร์คือ การขายแพ็กเกจท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์หรือการจัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับดารานักแสดงของเรื่อง ซึ่งจะทำให้ชาวกัมพูชาในพื้นที่มีรายได้จากการค้าขายและการท่องเที่ยวมากขึ้น

Advertisement

สำหรับการท่องเที่ยวโดยภาพรวม ขณะนี้ดร.ซกกำลังผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับจังหวัดในภาคอีสานของไทย เช่น จังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ และมีความคิดริเริ่มที่จะให้มีวีซ่าพิเศษที่ทำให้พลเมืองอาเซียนสามารถข้ามไปอีกประเทศได้อย่างสะดวกเหมือนอย่างสหภาพยุโรป เพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างสองชาติ นอกจากนี้กัมพูชายังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองท่องเที่ยวอย่าง เมืองเสียมราฐ เมืองสีหนุวิลล์และเมืองเกบ ให้เพียบพร้อมสะดวก และปลอดภัยเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยมีการพัฒนาถนนหนทางและสนามบิน นอกจากนี้ในอนาคตดร.ซกมีความตั้งใจที่จะพัฒนากัมพูชาเป็นฮับการถ่ายทำภาพยนตร์ หรือพัฒนาเมืองเป็นสมาร์ทซิตี้อีกด้วย

สุดท้ายนี้ดร.ซกก็ขอฝากให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงดำเนินต่อไปอย่างแน่นแฟ้นเช่นนี้ต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image