เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม แอมเนสตี้แถลงกรณีทางการไทยกักตัวและส่งกลับ “โจชัว หว่อง” เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกครั้งล่าสุดของทางการไทย และแสดงให้เห็นว่าจีนใช้อิทธิพลกับไทย
สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร แถลงกรณีนักศึกษาและนักกิจกรรมจากฮ่องกง “โจชัว หว่อง” ถูกกักตัว ปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ และส่งกลับโดยทางการไทย โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่าทางการไทยเต็มใจที่จะปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก ตลอดจนสะท้อนให้เห็นว่าทางการจีนใช้อิทธิพลกับไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
“การกักตัวและส่งกลับ ‘โจชัว หว่อง’ เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลทหารของไทยจะทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งบทสนทนาทางการเมืองในประเทศ” แชมพา พาเทล ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว
แอมเนสตี้ระบุว่า โจชัว หว่อง เป็นนักศึกษาและนักกิจกรรมในฮ่องกง เขาตกเป็นที่สนใจไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 2557 ในฐานะหนึ่งในผู้นำการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงที่เรียกกันว่า “การปฏิวัติร่ม” ทั้งนี้ เขาเดินทางมาประเทศไทยเนื่องจากถูกเชิญให้ร่วมพูดในงานที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นงานรำลึก 40 ปีเหตุการณ์การที่ตำรวจ ทหาร และกองกำลังกึ่งทหารใช้ความรุนแรงปราบปรามนักศึกษาไทยเมื่อปี 2519
“รัฐบาลไทยไม่ควรปล่อยให้ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และการเมืองอยู่เหนือพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน และเส้นเขตแดนของประเทศไทยไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการปิดกั้นการพูดคุยเกี่ยวกับประชาธิปไตย ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกังวลทั้งในและต่างประเทศ” แชมพา พาเทล กล่าว

