
คาซัคสถานยังเครียด! จับอดีต หน.ฝ่ายความมั่นคง ต้องสงสัยกบฏ ปธน.โตกาเยฟ ยกหูปรึกษาปูติน
เมื่อวันที่ 8 มกราคม สถานการณ์ในคาซัคสถาน ประเทศในเอเชียกลาง ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังจากเกิดเหตุความไม่สงบรุนแรงในหลายวันที่ผ่านมา หลังชาวคาซัคที่ออกมาชุมนุมประท้วงราคาเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับพุ่งสูงขึ้นจนเกิดการปะทะกับกองกำลังฝ่ายความมั่นคง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ทำเนียบเครมลินเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ของคาซัคสถาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันถึงมาตรการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการเพื่อควบคุมเหตุความไม่สงบในคาซัคสถาน หลังจากในวันก่อนหน้า กองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (ซีเอสทีโอ) ที่นำโดยรัสเซีย เดินทางถึงคาซัคสถานเพื่อช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำร้องขอของผู้นำคาซัคสถาน
โดยประธานาธิบดีโตกาเยฟบอกกับประธานาธิบดีปูตินว่า สถานการณ์ในคาซัคสถานอยู่ในความมั่นคง พร้อมกล่าวขอบคุณปูตินที่ส่งกำลังทหารเข้ามาช่วยควบคุมเหตุความรุนแรงในประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโตกาเยฟบอกว่าเขากำลังต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย

วันเดียวกัน มีรายงานว่า ทางการคาซัคสถานได้จับกุม นายคาริม มาซิมอฟ อดีตหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงภายในประเทศและเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของนายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ อดีตประธานาธิบดีคาซัคสถาน โดยเขาต้องสงสัยว่าก่อกบฏ ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวิกฤตความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในคาซัคสถานในช่วงหลายปีมานี้

ด้านโฆษกของนายนาซาร์บาเยฟออกมาปฏิเสธข่าวว่าอดีตประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวคาซัคออกมารวมตัวชุมนุมกันโดยรอบที่ทำการรัฐบาล
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโตกาเยฟได้สั่งปลดนายมาซิมอฟเมื่อต้นสัปดาห์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ประท้วงเรื่องราคาน้ำมัน ที่ลุกลามกลายเป็นความรุนแรงหนักหน่วงเป็นวงกว้าง ที่มีการจุดไฟเผาที่ทำการรัฐบาลหลายแห่งในนครอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ
แม้เจ้าหน้าที่ทางการจะระบุว่าสถานการณ์โดยทั่วไปในคาซัคสถานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แต่ประธานาธิบดีโตกาเยฟยังคงออกคำสั่งให้ “ยิงสังหาร” ผู้ก่อความรุนแรง ที่ทางการตราหน้าว่าเป็นผู้ก่อการร้ายได้ และยังปฏิเสธที่จะเจรจาใดๆ กับกลุ่มผู้ประท้วง
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บรรยากาศในนครอัลมาตีในวันเสาร์นี้ (8 ม.ค.) แม้ยังเงียบสงัด แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยกองกำลังฝ่ายความมั่นคงได้ยิงปืนเตือนขึ้นฟ้าเมื่อมีคนมุ่งหน้าเข้ามายังจัตุรัสใจกลางเมือง
ด้านสหรัฐอเมริกาได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้อยู่ในส่วนปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินประจำสถานกงสุลสหรัฐในนครอัลมาตี พร้อมครอบครัว ให้เดินทางออกไปจากคาซัคสถานได้ โดยกระทรวงต่างประเทศหรัฐระบุให้พลเมืองชาวสหรัฐในคาซัคสถานตระหนักว่าเหตุประท้วงรุนแรงอาจกระทบต่อความสามารถของสถานทูตในการให้บริการด้านกงสุล รวมถึงการช่วยเหลือพลเมืองสหรัฐออกจากคาซัคสถานได้
