เปิดเหตุผล ทำไม ‘เกาหลีเหนือ’ ทดสอบขีปนาวุธถี่ยิบ?
เปิดศักราชใหม่เข้าสู่ปี 2022 สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีก็ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง เมื่อ เกาหลีเหนือ เปิดฉากทดสอบขีปนาวุธแบบถี่ยิบ นับจนถึงปัจจุบันก็ 5 ครั้งเข้าไปแล้ว ตั้งแต่การทดสอบ “ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง” (hupersonic missiles) เรื่อยไปจนถึง “ขีปนาวุธร่อน” (cruise missiles) อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นเรื่องการเมืองภายใน มากกว่าจะเป็นการเดิมพันทางการทูตระหว่างประเทศ

อัน ชาน อิล นักวิจัยอดีตชาวเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์ ระบุว่า การยิงขีปนาวุธจะเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่จะสามารถใช้ในการเฉลิมฉลองใน วันครบรอบวันเกิด 80 ปี “คิม จอง อิล” พ่อของผู้นำคิม ในเดือนกุมภาพันธ์นี้รวมถึง การฉลองวันเกิดครบ 110 ปีของ “คิม อิล ซุง” ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือในเดือนเมษายน
เนื่องจาก การเข้าสู่อำนาจของ “คิม จอง อึน” ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องให้เฉลิมฉลองน้อยมาก โดยเกาหลีเหนือต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เจอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาขาดแคลนอาหารในประเทศ รวมไปถึงปัญหาทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

ด้าน “ชอง ซอง ชาง” ศูนย์ศึกษาเกาหลีเหนือ สถาบันเซจอง ระบุว่า ภายใต้ระบบการปกครองโดยครอบครัวคิมของเกาหลีเหนือ การจัดงานฉลองวันเกิดของคิม จอง อิล ด้วยความยิ่งใหญ่อลังการ เป็นสิ่งสำคัญในทางการเมืองของ คิม จอง อึน อย่างยิ่ง และเป็นไปได้ว่าในงานฉลองดังกล่าวจะมีการเดินพาเหรด โชว์แสนยานุภาพและอาวุธชนิดใหม่ด้วย
นักวิเคราะห์มองด้วยว่าการที่จีน พันธมิตรสำคัญเพียงชาติเดียวของเกาหลีเหนือ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธในช่วงนี้

ล่าสุดเกาหลีเหนือ เพิ่งเปิดชายแดนเพื่อให้มีการค้าชายแดนระหว่างจีนเดินหน้าต่อได้หลังปิดประเทศจากโควิด-19 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาความอดอยากในประเทศ และ ลีฟ เอริค อีสเลย์ อาจารย์มาหวิทยาลัยเอวา ในกรุงโซล เกาหลีใต้ มองว่า เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธด้วยเหตุผลเพื่อ “ไม่ทำให้ตัวเองดูอ่อนแอ”

อีสเลย์ ระบุด้วยว่า การที่จีนกำลังจะจัดการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาวในเดือนกุมภาพันธ์นี้ทำให้เกาหลีเหนือมีช่องว่างเพียงน้อยนิดในการทดสอบขีปนาวุธ เพื่อไม่ให้รบกวนการแข่งขัน และอีกทางหนึ่งก็คือส่งสัญญาณไปยังเกาหลีใต้ ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคมนี้
ด้านยาง มูจิน อาจารย์มหาวิทยาลัยเกาหลีเหนือศึกษา ระบุว่า ปัญหาทางการทูตจากการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจะมีอยู่น้อยเนื่องจากแรงหนุนจากจีน เพราะจีนเอง ก็มองว่าเกาหลีเหนือ เป็นรัฐกันชนกับบรรดาชาติพันธมิตรสหรัฐอเมริกาในพื้นที่อย่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งจีน ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อวีโต้มติการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือลง อย่างไรก็ตาม หากเกาหลีเหนือ กลับมาทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ อาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง ก็ยากที่จีนจะช่วยอะไรเกาหลีเหนือได้เช่นกัน

สำหรับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาที่ การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ ต้องล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่านั้น สหรัฐเองยังคงแสดงความต้องการที่จะกลับมาเจรจากับเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดย เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยืนยันว่าสหรัฐพร้อมที่จะกลับมาใช้วิธีทางการทูตเพื่อผสานรอยร้าว และไม่ได้มองเกาหลีเหนือเป็นศัตรูแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจนนี ทาวน์ นักวิจัย ศูนย์สติมสัน หน่วยงานคลังสมองไม่แสวงหากำไรในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า โอกาสที่การเจรจาหารือระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือจะมีความคืบหน้านั้นมีอยู่น้อยมาก
“สหรัฐอเมริกาพลาดโอกาสที่จะเป็นผู้นำเกมและนำเกาหลีเหนือมาสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งไปแล้ว” ทาวน์ระบุ และว่า “ไม่มีความกระหายในทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาที่จะเดินหน้าต่อไปแล้ว พวกเขาไม่มีความต้องการใช้ต้นทุนทางการเมืองไปกับเกาหลีเหนืออีกแล้ว”

