ยูเอ็นเดินหน้าสอบ ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ ในเมียนมา
คณะผู้สอบสวนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 1,000 คนที่อาจเสียชีวิตในการกระทำซึ่งถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม นับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหารในเมียนมาเมื่อ 1 ปีก่อน
กลไกการสืบสวนอิสระของยูเอ็นกรณีเมียนมา (ไอไอเอ็มเอ็ม) กำลังรวบรวมหลักฐานของการประกอบอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ถือว่าร้ายแรงที่สุด และระบุว่าพวกเขากำลังดำเนินการเพื่อพิสูจน์ว่าใครที่จะต้องรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้น
“ในรายงานที่มีการเก็บรวบรวมมากตลอดปีชี้ว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่าพันคนในเหตุการณ์ที่อาจเข้าข่ายว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม”นิโคลาส คูมเจียน หัวหน้าไอไอเอ็มเอ็มกล่าว
คูมเจียนกล่าวด้วยว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงได้ควบคุมตัวพลเรือนหลายพันคนในสถานการณ์ต่างๆ และมีข้อกล่าวหาที่น่าเชื่อถือว่ามีการควบคุมตัวตามอำเภอใจ การทรมาน การใช้ความรุนแรงทางเพศ รวมถึงการสังหารขณะถูกคุมขัง
คูมเจียนกล่าวว่า ไอไอเอ็มเอ็มกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อยืนยันด้วยพยานหลักฐานและจัดทำเอกสารข้อเท็จจริงที่เพื่อใช้เป็นพื้นฐานของรายงานว่ามีการก่ออาชญากรรมดังกล่าวขึ้นจริงหรือไม่ และหากมีการดำเนินการเช่นนั้นจริง ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเตรียมยื่นคำร้องเพื่อให้มีการดำเนินคดีต่อไป
คูมเจียนบอกด้วยว่า มีคนหลายพันคนและองค์กรต่างๆ มากมายที่แบ่งปันหลักฐานต่างๆ มาให้ ขณะที่ทีมสอบสวนก็รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ข้อมูลของเราเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน
“เราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้การอุทิศตนเพื่อความยุติธรรมในเมียนมาอย่างกล้าหาญต้องสูญเปล่า ผู้ที่ก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศที่ร้ายแรงต้องตระหนักว่าความผิดของพวกเขาไม่มีวันหมดอายุความ”คูมเจียนกล่าว

