คอลัมน์ People In Focus : เอ็ดดี กิบส์ จากผู้ต้องขังสู่สมาชิกสภานิวยอร์ก
“เอ็ดดี กิบส์” นักการเมืองวัย 53 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติของนครนิวยอร์ก เมื่อสัปดาห์ก่อน และเท่าที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร กิบส์ นับเป็นสมาชิกคนแรกที่เคยมีประวัติ “ผู้ต้องขัง” ในเรือนจำมาก่อน
หากเราจะพูดถึงผู้สมัครชิงตำแหน่งทางการเมืองใดๆก็ตามที่เคยมี “คดีฆาตกรรม” มาก่อน ยากที่ผู้สมัครจะได้รับความไว้วางใจจากผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง แต่ กิบส์ กลับได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในย่านอีสต์ฮาร์เล็ม ที่กิบส์อาศัยอยู่กับแม่มาตั้งแต่เด็ก จนชนะเลือกตั้งเป็นตัวแทนเขต 68 เข้าสู่สภาได้ในที่สุด
กิบส์ เล่าว่าตนเกิดในครอบครัวยากจนในย่านอีสต์ฮาเล็ม ย่านพักอาศัยอาคารชุดของรัฐที่อยู่กันอย่างหนาแน่น มีชีวิตวัยรุ่นที่ต้องดิ้นรนหารายได้ด้วยการขายยาเสพติดเพื่อเอาตัวรอดจากความยากจน วิถีชีวิตที่กิบส์ ระบุว่าเป็น “ความผิดพลาดอันรายแรง”
“ย้อนกลับไปคุณไม่ได้คิดหรอกว่าผลที่จะตามมามันจะเป็นอย่างไร คุณแค่หาเงินและคุณก็มีความสุขกับมัน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ตกเป็นเป้าจากคนอีกจำนวนมากเช่นกัน” กิบส์ ระบุ
กิบส์ เล่าว่าเมื่ออายุได้ 17 ปี ตนถูกชายคนหนึ่งทำร้ายในลิฟท์หวังจะชิงทรัพย์ กิบส์ ถูกแทงเข้าที่ขาและถูกคนร้ายบังคับให้เปิดตู้เซฟในอพาร์ตเมนท์ของตัวเอง ซิ่งเก็บทรัพย์สินไว้จำนวนหนึ่งรวมไปถึงปืนที่กิบส์ ตัดสินใจหยิบออกมายิงชายคนดังกล่าวเสียชีวิต
แม้จะยืนยันว่าเสียใจกับสิ่งที่ทำ แต่กิบส์ ระบุว่าตนทำลงไปเพื่อการป้องกันตัว หลังเกิดเหตุ กิบส์ มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องอาศัยในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปีครึ่งก่อนที่คดีจะถึงที่สุด
กิบส์รับสารภาพว่าก่อคดีฆาตกรรม ตามคำแนะนำของอัยการซึ่งกิบส์ระบุว่าเป็นสิ่งที่ตนไม่ควรทำ
กิบส์ ติดคุกอยู่ 3 ปีก่อนได้รับการปล่อยตัวและหันไปทำหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน ภายใต้ชื่อ “กู้ดบัดดี้” เพื่อลบภาพความหวาดกลัวของคนที่มีต่ออดีตผู้ต้องขัง ก่อนที่จะได้งานเป็นคนขับรถให้กับทนายความชื่อดังที่เป็นคนแนะนำให้ กิบส์ เข้าสู่วงการการเมือง
กิบส์ ลงสมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภานิติบัญญัติของนครนิวยอร์ก ตัวแทนเขต 68 อยู่หลายครั้งก่อนจะประสบความสำเร็จในครั้งนี้ และหวังใช้ประสบการณ์มาเป็นนโยบายในการออกกฎหมาย
ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสัดส่วนจำนวนผู้เช่าอาคารพักอาศัยของรัฐที่มากเกินกว่าจำนวนห้อง และการทำให้ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ง่ายขึ้น เช่นการขจัดอุปสรรคในการออกเอกสารราชการสำหรับอดีตผู้ต้องขังโดยเฉพาะเหล่าเยาวชนเป็นต้น
“เมื่อคุณออกมาจากคุกคุณจะถูกพูดถึงในฐานะคนไม่ดี และผมต้องการให้ชุมชนเห็นผมในอีกแบบหนึ่ง” กิบส์ ระบุ

