เซเลนสกีหารือไบเดน กร้าวรัสเซียต้องหยุดทิ้งระเบิดใส่ ปชช. ก่อนเดินหน้าเจรจาสันติภาพต่อ
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เป็นเวลาราวครึ่งชั่วโมงเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
ไบเดนทวีตว่า เขาได้คุยกับประธานาธิบดีเซเลนสกีถึงการให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อยูเครน ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือด้านความมั่นคงและด้านมนุษยธรรม ในขณะที่ยูเครนกำลงป้องกันตนเองจากการรุกรานโดยรัสเซีย เราจะทำให้รัสเซียรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และมาตรการคว่ำบาตรของเราได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงไปแล้ว
ขณะที่เซเลนสกีได้พูดถึงเหตุโจมตีเมืองคาร์คีฟซึ่งเป็นพื้นที่ของพลเรือนว่าเป็นการก่อการร้ายโดยรัฐ และพูดคุยกับไบเดนถึงวิธีของรัสเซียที่เพิ่มการโจมตีพื้นที่ของพลเรือนมากขึ้น ซึ่งทำเนียบขาวเผยว่า ไบเดนจะเน้นย้ำถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของตะวันตกต่อยูเครน ในการกล่าวถ้อยแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาสหรัฐด้วย
เซเลนสกียังกล่าวในที่ประชุมของรัฐบาลที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาในกรุงเคียฟว่า รัสเซียจะต้องยุติการทิ้งระเบิดใส่ประชาชน ก่อนที่จะมีการเดินหน้าในการเจรจาสันติภาพรอบใหม่
ผู้นำยูเครนยังให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์และซีเอ็นเอ็น เรียกร้องให้กองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ประกาศเขตห้ามบินเพื่อหยุดยั้งกองทัพอากาศรัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่นาโตปฏิเสธที่จะดำเนินการ
เซเลนสกีกล่าวว่า เคียฟยังคงเป็นเป้าหมายหลัก ขณะนี้ชาวเคียฟบางคนต้องไปอาศัยสถานีรถไฟใต้ดินเป็นที่พักพิงในช่วงค่ำคืน และมีผู้คนไปต่อแถวยาวเพื่อซื้อน้ำมัน ขณะที่สินค้าบางอย่างก็กำลังจะหมดลง
เซเลนสกีย้ำว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องร้ายแรงมาก มันไม่ใช่ภาพยนตร์ พร้อมระบุว่า “ผมไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้นั้น แต่ผมคิดว่าประเทศยูเครนต่างหากที่เป็นที่จดจำ”
“ยูเครนเป็นหัวใจของยุโรป และขณะนี้ผมคิดว่ายุโรปมองว่ายูเครนเป็นสิ่งพิเศษสำหรับโลก นั่นเป็นเหตุผลว่าโลกจะไม่สามารถสูญเสียสิ่งที่พิเศษนี้ไปได้” เซเลนสกีกล่าว

