สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่า เด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ในประเทศกำลังพัฒนา 5 ใน 6 คนไม่ได้รับอาหารที่ถูกต้องอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้เสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายทั้งทางด้านสุขภาพจิตและร่างกายที่ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ขณะที่ครึ่งหนึ่งของเด็กอายุระหว่าง 6-23 เดือนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
ยูนิเซฟระบุว่า การขาดแคลนอาหารที่มีประโยชน์และส่วนประกอบที่หลากหลายในวงกว้างเป็นการตัดทอนโอกาสของเด็กเหล่านี้ในการได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง กระดูก และร่างกายในช่วงเวลาที่เด็กต้องการมากที่สุด
รายงานของยูนิเซฟที่เปิดเผยก่อนหน้าวันอาหารโลก ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ระบุด้วยว่า แม้แต่ในหลายครอบครัวที่มีฐานะดีในประเทศกำลังพัฒนา ก็มีเด็กและทารกที่ได้รับความเสียหายจากเรื่องนี้มากเกินไป
“เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่ในปี 2559 เรายังคงมีเด็กจำนวนมากที่ไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับการเติบโตอย่างมีสุขภาพดี” ฟรองซ์ เบอแกง ที่ปรึกษาอาวุโสด้านโภชนาการของยูนิเซฟกล่าวในการให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ “ช่วงเวลา 2 ปีแแรกเป็นโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด”
ยูนิเซฟระบุว่า การเพิ่มคุณภาพและปริมาณในมื้ออาหารสำหรับเด็กจะสามารถช่วยชีวิตเด็กได้ถึงปีละ 100,000 คน ลดการใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขและเพิ่มผลิตภาพของเด็กคนนั้นเมื่อโตมาเป็นผู้ใหญ่
อัตราเรื่องคุณภาพและปริมาณอาหารต่ำสุดในภูมิภาคเอเชียใต้และซับซาฮารา หรือประเทศในทวีปแอฟริกาที่อยู่ใต้ทะเลทรายซาฮารา ที่หมายความว่า เด็กเหล่านี้มีความสูงน้อยที่สุดด้วยเมื่อเทียบกับอายุ

