‘มารีแอนนา’ หญิงตั้งครรภ์ในรพ.แม่และเด็ก ที่ถูกรัสเซียถล่ม คลอดลูกแล้ว
จากกรณีที่ ยูเครน เปิดเผยว่าโรงพยาบาลแม่และเด็กในเมืองมารีอูปอล ที่ถูกรัสเซียปิดล้อม ถูกโจมตีด้วยปฏิบัติการทางอากาศและทิ้งระเบิดจากรัสเซีย มีผู้บาดเจ็บ 17 ราย ต่อมา อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว และอ้างว่า เหตุระเบิดเกิดจากอุปกรณ์ระเบิดที่ถูกติดตั้งบริเวณใกล้เคียง เป็นการจัดฉาก
- ยูเครนเผยรัสเซียถล่ม รพ.เด็ก เจ็บ 17 ชี้เป็นอาชญากรรมสงคราม
- รัสเซียโทษยูเครนจัดฉาก ระเบิด รพ.เด็ก UNSC เปิดถกข้อกล่าวหามะกันพัฒนาอาวุธชีวภาพวันนี้
เอพี รายงานว่า มารีแอนนา หนึ่งในหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ต้องหนีจากการจู่โจมทหารรัสเซียในวันนั้น โดยที่คิ้วและแก้มของเธอ เต็มไปด้วยเลือด ขณะที่กำข้าวของขณะเดินลงบันได้ของโรงพยาบาลด้วยชุดนอนลายจุด กระทั่งเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ล่าสุดเธอได้ให้กำเนิดลูกแล้วโดยให้ชื่อว่า เวโรนิกา ที่เอพี ได้เผยให้เห็นลูกอยู่ในอ้อมแขนของเธอ
ก่อนหน้านี้ ทวิตเตอร์ของสถานทูตรัสเซีย ในกรุงลอนดอน ได้ออกมาทวิตว่า เธอไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ และนางแบบ ที่ปลอมตัวเป็นคนท้อง ซึ่ง มารีแอนนาเอง เป็นบล็อกเกอร์ชาวยูเครน ในมารีอูปอล ที่มักโพสต์เรื่อง สกินแคร์ แต่งหน้า และเครื่องสำอางต่างๆ นอกจากนี้เธอยังได้โพสต์ภาพหลายภาพ ทั้งวิดีโอ ลงในอินสตาแกรมเรื่องการตั้งครรภ์ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ต่อมาทวิตเตอร์จะลบทวิตดังกล่าวของสถานทูตรัสเซียในลอนดอนออกไป

หลังจากเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว มารีแอนนา ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเขตชานเมือง และให้กำเนิดลูกด้วยการผ่าตลอด ในเมืองที่ถูกตัดขาดอาหาร น้ำ และไฟ ทั้งยังมีอาการร้อนมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์
เมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) ยูริ สามีของเธอ อุ้มลูกสาวของเขาด้วยความรัก แล้วเธอก็ซุกตัวอยู่ข้างๆแม่ของเธอ ขณะที่มาริแอนนา สวมชุดลายจุด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวของเทเลกราฟ ได้โพสต์ทวิตเตอร์เผยแพร่ภาพดังกล่าว และว่า มารีแอนนา ได้ให้กำเนิดเด็กหญิง น้ำหนัก 3,200 กรัม มีสุขภาพดี โดยชื่อว่า เวโรนิกา แปลว่า เทพีแห่งชัยชนะ
Marianna from Mariupol's bombed hospital gave birth to a baby girl yesterday, her aunt told me. The baby is 3200 grams and is healthy. She was named Veronika – in honour of Nike, the goddess of victory. Victory of Ukraine.
Photos by Evgeniy Maloletka pic.twitter.com/oreJVHC91w
— Olga Tokariuk (@olgatokariuk) March 11, 2022

