หน้าแรก ต่างประเทศ รัสเซียเปิดล้...

รัสเซียเปิดล้อมกรุงเคียฟ รัศมี 25 กม. ยูเครนประกาศเตรียมรับมือเต็มกำลัง

13.03.22 | 10:19 น.

รัสเซียเปิดล้อมกรุงเคียฟ รัศมี 25 กม. ยูเครนประกาศเตรียมรับมือเต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศยังคงรายงานสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพรัสเซียที่นำกำลังบุกเข้าสู่ประเทศยูเครนก้าวเข้าสู่วันที่ 18 แล้ว โดยล่าสุดกองทัพรัสเซียยังคงเปิดปฏิบัติการโจมตีในหลายเมืองทั่วประเทศโดยเฉพาะในเมืองมารีอูปอล เมืองท่าตอนใต้ของประเทศ ที่เป็นดินแดนที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียร์และแคว้นดอนบาส ที่รัสเซียยึดครองไปก่อนหน้านี้ยังคงเจอการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกรุงเคียฟ ที่ถูกกองทัพรัสเซียปิดล้อมแล้วในเวลานี้

รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม เมืองมารีอูปอลเจอการโจมตีอย่างหนักมากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่กองทัพรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งอาหารและน้ำเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ในเมืองได้ ขณะที่การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ก็เป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน โดยล่าสุดนายกเทศมนตรีเมืองมารีอูปอล เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตในเมืองมารีอูปอลแล้วมากกว่า 1,500 ราย และมีรายงานว่ากองทัพรัสเซียสามารถยึดชานเมืองมารีอูปอลเอาไว้ได้แล้ว

ขณะที่หลายพื้นที่รอบกรุงเคียฟ มีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธในหลายพื้นที่ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษเปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียรุกคืบเข้ามายังใจกลางกรุงเคียฟ ในรัศมี 25 กิโลเมตรแล้ว และเริ่มขยายกำลังปิดล้อมกรุงเคียฟ

รายงานระบุว่า กองทัพยูเครนและทหารอาสาสมัครทั้งหมดได้เตรียมความพร้อมรับมือกับกองทัพรัสเซียที่จะบุกกรุงเคียฟอย่างเต็มรูบแบบ โดยวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ประชาชนราว 2 ล้านคน ซึ่งนับเป็นครึ่งหนึ่งของพื้นที่อาศัยใจกลางเมืองได้อพยพออกจากพื้นที่แล้ว และประกาศว่า ถนนทุกเส้น บ้านทุกหลังได้ตรึงกำลังทหารและอาวุธพร้อมรับมืออย่างเต็มที่แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยก่อนหน้านี้เช่นกันว่า รัสเซียจะต้องทิ้งระเบิดปูพรมกรุงเคียฟ และฆ่าประชาชนหากต้องการยึดเมืองหลวงของประเทศ

Advertisement

ขณะที่ขบวนรถอพยพประชาชนในเปเรโมฮา ตอนเหนือของกรุงเคียฟ มีรายงานถูกกองทัพรัสเซียยิงถล่มส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ขณะที่รองนายกรัฐมนตรียูเครน เปิดเผยว่า มีการเปิดเส้นทางอพยพ 9 จาก 14 เส้นทางที่มีการทำข้อตกลงกับรัสเซียในวันที่ 12 มีนาคม และมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ได้ราว 13,000 คนทั่วประเทศ