ผู้นำนานาชาติอาลัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

AFP PHOTO / LILLIAN SUWANRUMPHA

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม กระทรวงการต่างประเทศได้รวบรวมท่าทีของผู้นำประเทศต่างๆ ส่วนหนึ่งที่มีต่อเรื่องการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ดังนี้ สถานเอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย นำส่งข้อความพระราชสาส์นลงวันที่ 14 ตุลาคม แสดงความไว้อาลัยจากสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์แห่งบรูไนดารุสซาลาม กราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ความว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลามทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นต้นแบบที่ดีของผู้นำที่ปกครองโดยธรรม และการเสียสละพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยและการพัฒนาประเทศตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ข้าพเจ้าและพระบรมวงศานุวงศ์บรูไน พร้อมด้วยรัฐบาลบรูไนขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงรัฐบาลไทยและชาวไทย

สมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซียพระองค์ที่ 14 ตวนกู อับดุล ฮาลิม กราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ที่ 14 และสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย ทรงแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร พระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 การเสียสละอันใหญ่หลวงเพื่อประเทศชาติของพระองค์ จะทรงอยู่ในความทรงจำตลอดไป

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประจำประเทศไทย นำข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียใจจากประธานาธิบดีเคาะลีฟะฮ์ บิน ซายิด อัลนะฮ์ยาน นายกรัฐมนตรีมุฮัมมัด บิน รอซิด อัลมักตูม และ มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัลนะฮ์ยานแห่งอาบูดาบี ความว่า ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรียูเออี รวมทั้งมกุฏราชกุมารแห่งรัฐอาบูดาบี แสดงความเสียใจต่อข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และแสดงความเสียใจและความเห็นใจอย่างจริงใจต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทยในนามของยูเออีต่อการสูญเสีย และขอแสดงความเสียใจเป็นการส่วนพระองค์ต่อพระราชวงศ์ และขอให้ประเทศไทยประสบความเจริญรุ่งเรืองและมีเสถียรภาพสืบไป

สถานทูตฮังการีประจำประเทศไทยนำส่งสารจากประธานาธิบดียาโนซ อาเดร์แห่งสาธารณรัฐฮังการีกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้และเป็นที่เคารพของนานาประเทศและได้อุทิศพระวรกายเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดมา

สมเด็จอัคคมหาเสนาเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ส่งสารถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแสดงความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และว่าการสวรรคตนี้ถือเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย พสกนิกรไทย มิตรของไทยทั่วโลก รัฐบาลและประชาชนกัมพูชาขอน้อมถวายและขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังสมเด็จพระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและประชาชนไทยด้วย

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย นำส่งสารจากประธานาธิบดีแซร์โจ มัตตาเรลลาแห่งสาธารณรัฐอิตาลี กราบบังคมทูลพระราชวงศ์แห่งราชอาณาจักรไทย ระบุว่า ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิตาลีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ การอุทิศวรกายของพระองค์เพื่อพัฒนาบ้านเมืองส่งผลให้พระองค์เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย อิตาลีขอร่วมไว้อาลัยช่วงเวลาอันยากลำบากนี้

นายกรัฐมนตรีเชค ฮาซินา แห่งสาธารณรัฐบังกลาเทศ แสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และขอน้อมถวายความเสียใจอย่างที่สุดมายังพระบรมวงศานุวงศ์ และรัฐบาลบังกลาเทศจะขอยืนเคียงข้างรัฐบาลและประชาชนชาวไทยในเวลาแห่งความเศร้าและการไว้อาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงเป็นที่เคารพบูชาของชาวบังกลาเทศ โดยทรงเป็นสัญลักษณ์ของคุณความดี การอุทิศตนและงานด้านมนุษยธรรมจากการเสด็จฯ เยือนบังกลาเทศในปี 2505


ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ แห่งสาธารณรัฐเกาหลี มีข้อความถึงนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อพระราชวงศ์ และประชาชนชาวไทยต่อการจากไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศผู้ทรงเป็นบิดาและผู้นำทางจิตใจของไทย ทรงทำให้ประชาชนชาวไทยมีความเป็นหนึ่งเดียว และสร้างความทันสมัยให้กับไทย ความเป็นผู้นำของพระองค์ท่านจะสถิตและเป็นที่รักและเคารพยิ่งของประชาชนชาวไทย

นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟแห่งปากีสถานแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ต่อการสูญเสียผู้นำอันเป็นที่รักและเคารพมากที่สุด การเสด็จฯเยือนปากีสถานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในปี 2505 ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำในฐานะก้าวย่างสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ปากีสถาน ประชาชนและรัฐบาลปากีสถานยังคงรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอาซัดจัมมูและแคชเมียร์ในปี 2548 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมารทรงนำสิ่งของบรรเทาทุกข์มายังปากีสถานด้วยพระองค์เอง

นางชัมชาด อัคตาร์ เลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (เอสแคป) ระบุว่า ในนามของครอบครัวสมาชิกสหประชาชาติประจำประเทศไทย ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งถวายแด่พระบรมวงศานุวงศ์และกับชาวไทยทุกคนต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน ดังจะเห็นได้จากสิ่งประดิษฐ์และโครงการในพระราชดำริที่แสดงให้เห็นพระเมตตาเอื้ออาทรใส่พระราชหฤทัยในการทรงงานเพื่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงพระราชทานเป็นแนวทางการพัฒนาที่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมต้องทำงานควบคู่กันไป และต่อมาได้เป็นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่นานาประเทศทั่วโลกให้การยอมรับ

นางสาวไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ส่งสารกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระบุว่า ในนามของรัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และชาวไต้หวัน ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังพระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนชาวไทยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศได้ทรงแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศไทย และให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนชาวไทย ด้วยเหตุนี้ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจึงทรงเป็นที่เทิดทูนเคารพรักของปวงชนชาวไทยอย่างที่มิอาจหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ รวมทั้งทรงเป็นมิตรและได้รับการสรรเสริญจากประมุขและพระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์ไชนาเดลีรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้ส่งสารและขอพระราชทานกราบบังคมทูลถวายความเสียใจแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และระบุว่า การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ทั้งของประชาชนชาวไทยและชาวจีน พระองค์จะทรงสถิตอยู่ในดวงใจของประชาชนทั้งสองชาติตลอดไป จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับไทย ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศไทยและทรงมีบทบาทอย่างสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติเจริญรุ่งเรืองและผลิดอกออกผล จีนมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับไทยบนพื้นฐานความสำเร็จที่ผ่านมาเพื่อให้บรรลุความก้าวหน้าในความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและของประเทศของทั้งสองชาติ

ด้านนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้ส่งสารแสดงความเสียใจถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในนามของประชาชนจีน ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ผู้ทรงอุทิศตนให้กับประชาชน การจากไปของพระองค์ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทย และว่า พระองค์ทรงอุทิศตนเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน จีนยังคงให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ที่มีกับไทยและมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับไทยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือรอบด้านให้ลึกซึ้งขึ้นและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า นายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เดินทางไปร่วมลงนามในสมุดลงนามถวายความอาลัยที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งของจีนด้วย

ด้านนายโยฮันห์ เอ็น.ชไนเดอร์-อัมมานน์ ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ได้ส่งสารถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งนับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงนำพาประเทศอย่างหาญกล้า มั่นคงและเด็ดเดี่ยว และทรงนำสวัสดิภาพความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล โดยทรงมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างพอเพียงและให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาแก่ประชาชน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงมุ่งเน้นส่งเสริมความสัมพันธ์กับประชาคมโลก โดยทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสันติสุขและการเจรจา ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ดำเนินมานานกว่า 80 ปี และเป็นไปอย่างแข็งแกร่งภายใต้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เราจะจดจำช่วงเวลาที่พระองค์ทรงพำนักและทรงศึกษาอยู่ในรัฐโวด์ของสวิตเซอร์แลนด์ระหว่างปี ค.ศ.1933-1951 และพระองค์จะทรงสถิตอยู่ในความทรงจำในฐานะมิตรที่แท้จริงของสวิตเซอร์แลนด์ตลอดไป

บทความก่อนหน้านี้กสทช.ปรับเพิ่มบัญชีเงินเดือน”ผู้บริหาร-พนง.” รองเลขาฯ เริ่ม 150,000- 250,000 บาท
บทความถัดไปชื่นชมล้นหลาม ! สาวใจงามทำเข็มกลัด “ริบบิ้นดำ” เตรียมแจกผู้ขาดทุนทรัพย์ซื้อเสื้อดำ