‘ลิตเติลยูเครน’สวดอ้อนวอนเพื่อบ้านเกิดบรรพบุรุษ

25.03.22 | 20:00 น.

‘ลิตเติลยูเครน’สวดอ้อนวอนเพื่อบ้านเกิดบรรพบุรุษ

โบสถ์ที่มากกว่า 100 แห่ง ตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองพรูเดนโทโปลิส ทางตอนใต้ของบราซิล ซึ่งส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบไบเซนไทน์ และสร้างโดยผู้อพยพชาวยูเครน ซึ่งเดินทางมาตั้งรกรากในบราซิลเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นจำนวนมาก จนพื้นที่นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘ลิตเติลยูเครน’

ในช่วงไม่กี่วันมานี้ หลังจากเกิดการรุกรานยูเครนของรัสเซีย หรือที่รัฐบาลรัสเซียเรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษ” โบสถ์หลายแห่งในเมืองคราคร่ำไปด้วยคนท้องถิ่นที่เดินทางมาสวดมนต์ อ้อนวอนให้กับครอบครัวและเพื่อนในยูเครน ด้วยความสิ้นหวังและไร้เรี่ยวแรง

อ็อกซานา จาดวิซัก เจ้าหน้าที่รัฐวัย 35 ปี ได้เดินทางไปยูเครนครั้งแรกเมื่อปี 2008 ด้วยทุนการศึกษา เธอยังอยู่ที่นั่น ในปี 2014 ที่เกิดการลุกฮือยูโรไมดาน ที่ได้ขับไล่ประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ซึ่งล่าสุดลี้ภัยไปอยู่ประเทศรัสเซีย จาดวิซักเล่าว่า ศาสตราจารย์คนหนึ่งที่เธอเรียนด้วยเสียชีวิตจากการโจมตีเหล่านี้ เธอกลัวว่าการสู้รบกับรัสเซีย จะทำให้ยูเครนเหลือแต่ซาก

“การได้เห็นรถถังสงครามและเครื่องบินบินเหนือท้องฟ้า และเพื่อนของฉันบอกว่า จะต้องไปรบ มันอิมแพคมากจริงๆ” จาดวิซักกล่าวขณะอยู่หน้าโบสถ์สไตล์ไบเซนไทน์ พร้อมทั้งสวมเสื้อฟุตบอลยูเครนและนำธงสีเหลืองฟ้ามาคลุมไหล่

“เราจะสวดมนต์ให้ทุกอย่างจบด้วยดี” จาดซาวิก ชาวบราซิลเชื้อสายยูเครนรุ่นที่ 4 ซึ่งนับว่าภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาที่ 2 กล่าว

Advertisement

จากข้อมูลของแอนเดอร์สัน ปราโด นักประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยปารานา ซึ่งศึกษาประวัติศาสตร์ของเมืองพรูเดนโตโปลิส ระบุว่า ผู้อพยพชาวยูเครน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแคว้นกาลิเซีย โดยรวมถึงพื้นที่เมืองลวิฟในปัจจุบันด้วย ได้เดินทางมาถึงเมืองนี้ เมื่อปี 1896 คนยูเครนอพยพออกมาเพื่อหนีจากภาวะยากจนสุดขีด ในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษหลังจากที่จักรวรรดิรัสเซียออกกฎหมายทาส

กลุ่มผู้อพยพได้พบกับทุ่งหญ้ากว้างทางใต้ของบราซิล และได้ทำเกษตรกรรมและโรงเลื่อย ซึ่งยังคงเป็นนายจ้างรายใหญ่ในปัจจุบัน

เมืองแห่งนี้มีประชากรราว 52,000 คน โดยประชากร 2 ใน 3 ยังสามารถพูดภาษายูเครนได้ และได้กำหนดให้ภาาายูเครนเป็นภาษาที่ 2 ของเมือง

“ลูกหลานชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในพรูเดนโทโปลิสยังมีความผูกพันธ์กับยูเครน พวกเขาสนิทกับญาติพี่น้องที่อยู่ที่ยูเครนมาก และคนส่วนใหญ่ใฝ่ฝันที่จะกลับหรือไปเยือนบ้านเกิดของบรรพบุรุษ”

ปัจจุบันผู้คนในเมืองนี้ยังคงรักษาวัฒนธรรมของยูเครนอย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย ภาาา อาหารและวัฒนธรรมอื่นๆ

เฮเลนา คาชูสกี วัย 80 ปี ลูกหลานผู้อพยพชาวยูเครนและโฮเซ เปเตล สามีวัย 81 ปีกำลังดูข่าวทางโทรทัศน์ที่บ้านในเมืองพรูเดนโตโปลิส รัฐปารานา ประเทศบราซิล “ฉันรู้สึกเจ็บปวดมาก ความเจ็บปวดมันไม่ง่ายเลย มีแม่กับเด็ก มีคนแก่ พวกเขามีชีวิตที่ดี และตอนนี้พวกเขาต้องทิ้งทุกอย่าง ไม่ว่าจะหนีหรือตาย วันนี้ฉันร้องไห้หนักมาก ฉันรู้สึกเสียใจมาก แต่ฉันทำอะไรได้” คาชูสกีกล่าว
ฟิโลเมนา โปรเซค คุณครูสอนศิลปะวัย 67 ปี ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวยูเครน กำลังดูข่าวเกี่ยวกับยูเครน พร้อมด้วยมาเรีย ลุยซา บูร์คอฟสกี ลูกหลานชาวยูเครนวัย 17 ปี  “เรารู้สึกโศกเศร้ากับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน เราติดตามข่าวตลอด เราเจ็บที่หัวใจ แต่เรารู้ว่าผู้คนที่อยู่ที่นั่นเจ็บปวดยิ่งกว่า เราสวดมนต์ให้พวกเขา การสวดมนต์ของเราจะช่วยให้ยูเครนชนะ” โปรเซคกล่าว
โบสถ์นอซซา เซนญอรา โด ปาโตรซินโญ่ ที่เขตลินญ่า เอสเปเรนซา เมืองพรูเดนโตโปลิส รัฐปารานา ประเทศบราซิล
โรดริโก มิชาลอฟสกี ทันตแพทย์ผ่าตัดวัย 31 ปี ซึ่งเป็นลูกหลานชาวยูเครน สวมชุดทั่วไปของชาวคอสแซค ที่บ้านในเมืองพรูเดนโตโปลิส สมาคมนี้พยายามรักษาวัฒนธรรมยูเครน ผ่านการเต้นและการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ “เราเรียนรู้ที่จะรักยูเครนจากช่วงวัยเด็ก และเราก็รักยูเครนไปตลอดชีวิต ข่าวสงครามที่น่าเศร้าทิ่มแทงลงที่หน้าอกของผม เราจะได้พบกับสันติภาพอีกครั้ง เมื่อหยุดยิง เมื่อผมรู้ว่าผู้คนของเราปลอดภัยแล้ว” มิชาลอฟสกีกล่าว 
เฮเลนา คาชูสกี ลูกหลานชาวยูเครนวัย 80ปี และโจเซ่ เปเตล สามีวัย 81 ปี
จูเลีย มานูเอลา ซเดบสกี ลูกหลานชาวยูเครนวัย 4 ปี เล่นชิงช้าอยู่นอกบ้านในเขตลินญ่า เอสเปเรนซา เมืองพรูเดนโตโปลิส รัฐปารานา ประเทศบราซิล
ลิเดีย ชินโควิก ช่างเย็บผ้าวัย 77 ปี ซึ่งเป็นลูกหลานชาวยูเครน กำลังถือชุดนักบวช อยู่ที่สถาบันสอนศาสนา ซากราโด โคราเซา ดี เจซุส ที่เมืองพรูเดนโตโปลิส 
นาเดีย รูรัค เตชี นักธุรกิจหญิงซึ่งเป็นลูกหลานของชาวยูเครนวัย 66 ปี ถือภาพของพ่อและแม่ ผู้ซึ่งพ่อแม่อพยพมาตั้งรกรากในบราซิล หลังจากที่ใช้ชีวิตที่โหดร้ายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอกล่าวว่า เธอกลัวว่าวัฒนธรรมของชาวยูเครนจะหายไป 
“ฉันรู้สึกท้อแท้” เธอกล่าวทั้งน้ำตา ขณะที่อยู่ในร้านเสื้อผ้าของเธอ “ชาวยูเครนไม่ควรที่จะพบเจอกับสิ่งนี้เลย บ้านเกิดของเราควรเป็นอิสระ ควรจะสวยงามเหมือนอย่างที่เป็นมาเสมอ”
โรดริโก มิชาลอฟสกี คุยกับโวโลดิมีร์ โดเลนโก เพื่อนที่หลบอยุ่ในที่หลบภัยในยูเครน ที่บ้านในเมืองพรูเดนโตโปลิส  
มาเรีย เด็กซ์กา ลูกหลานชาวยูเครนวัย 80 ปี ถือภาพครอบครัวที่บ้านในเขตลินญา บาร์รา เวเมลญา เมืองพรูเดนโตโปลิส 
คาเตียลลี อพาเรซิดา แซงคีฟ ลูกหลานชาวยูเครนวัย 18 ปี กำลังเล่นแบนดูรา เครื่องดนตรีพื้นเมืองของยูเครน ที่สถาบันสอนศาสนา ซากราโด โคราเซา ดี เจซุส ในเมืองพรูเดนโตโปลิส “ฉันเป็นลูกหลานรุ่นที่ 3 ของชาวยูเครนที่อพยพมาบราซิล ปู่ทวดย่าทวดของฉันมาจากยูเครนก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาเจอกันบนเรือและแต่งงานที่บราซิล และช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับยูเครน เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราโศกเศร้าใจ ระเบิดทุกลูกที่ตกลงในยูเครน ก็เหมือนตกลงกลางใจของพวกเราเหมือนกัน”
ฟิโอเมนา โปรเซค ครูสอนศิลปะวัย 67 ปี และเฮเลนา มาร์ซิเนก ผู้ดูแลโบสถ์วัย 48 ปี ลูกหลานชาวยูเครนทั้งสอง พูดคุยกันอยู่ภายในโบสถ์เซา มิกาเอล อาร์กันโจ ในเขตลินญา โนวา กาลิเซีย ในเมืองพรูเดนโตโปลิส