เอเอฟพีและซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ และนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ นับเป็นการมากับกระแสความโกรธเกรี้ยวและต่อต้านชนชั้นสูง ในการชิงชัยสนามที่ 2 บนเส้นทางอันยาวนานของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
จากการประเมินของสื่อกระแสหลักหลายแห่งในสหรัฐขณะที่การนับคะแนนอย่างเป็นทางการยังไม่เสร็จสิ้น นายทรัมป์ เป็นผู้ชนะฝั่งรีพับลิกัน ขณะที่นายแซนเดอร์ส เป็นผู้ชนะของเดโมแครต เป็นการตอกย้ำท่าทีก่อนหน้านี้ของนางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่ถูกคาดหมายว่าจะพ่ายแพ้ที่นี่ และ กล่าวยอมรับว่า เธอต้องทำงานหนักมากขึ้นในการหาเสียงในรัฐต่อๆ ไป

ขณะที่นายจอห์น คาซิช ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 ของฝั่งรีพับลิกัน ที่นับว่าเป็นผลการเลือกตั้งที่สำคัญสำหรับเขา ด้านนายทรัมป์ที่ดูเหมือนจะชนะ ได้คะแนนทิ้งห่างคู่แข่งคนอื่นๆ มากกว่า 2 เท่า ทำในสิ่งที่ต้องทำได้สำเร็จ นั่นคือ ชนะอย่างเด็ดขาดหลังจากพ่ายแพ้ได้เพียงที่ 2 ในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา ที่จุดชนวนให้เกิดคำถามถึงยุทธศาสตร์การแสดงออกอย่างโอ้อวด และการสร้างภาพในฐานะผู้ชนะ

นายแซนเดอร์ส กล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในการปราศรัยฉลองชัยชนะที่เมืองคองคอร์ด รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ว่า ชัยชนะของเขาเป็นการส่งสัญญาณว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสหรัฐไม่ต้องการการเมืองแบบเดิมๆ อีกต่อไป โดยผลสำรวจความคิดเห็นหน้าคูหา หรือเอ็กซิตโพลแสดงให้เห็นว่า นายแซนเดอร์สชนะได้คะแนนเสียงมากกว่าจากประชากรแทบทุกกลุ่มที่ถือเป็นผลงานที่น่าทึ่งสำหรับวุฒิสมาชิกอิสระ และถือเป็นสัญญาณเตือนของนางฮิลลารีที่เริ่มหาเสียงในรัฐต่อไปที่จะมีการเลือกตั้งคือเนวาดาและเซาท์แคโรไลนาแล้ว ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันนั้น ชัยชนะของนายทรัมป์ถือเป็นการตอกย้ำสถานะของเขาในการเป็นตัวเก็งที่แท้จริงของพรรค
ทั้งนี้ ทุกๆ 4 ปี นิวแฮมป์เชียร์ รัฐเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากร 1.3 ล้านคน เป็นที่จับตามองทั่วประเทศจากการเป็นรัฐแรกที่จัดการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีขึ้น ตามหลังไอโอวาที่จัดการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัส โดยทางการรัฐไอโอวาประเมินว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์
ผลการนับคะแนนล่าสุดของฝั่งรีพับลิกันหลังจากนับคะแนนไป 92 เปอร์เซ็นต์ นายทรัมป์ได้ 35 เปอร์เซ็นต์ นายคาซิช ได้ 16 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายเท็ด ครูซ วุฒิสมาชิกรัฐเท็กซัสได้ 12 เปอร์เซ็นต์ ฝั่งเดโมแครตนับไป 93 เปอร์เซ็นต์ นายแซนเดอร์สได้ 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นางฮิลลารีได้ 38 เปอร์เซ็นต์

