มะกันชี้ปม ขีปนาวุธรัสเซียยิงถล่มยูเครนมีอัตราล้มเหลวสูง ทำปฏิบัติรุกรานเคียฟไม่เข้าเป้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 25 มีนาคม อ้างเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอเมริกา 3 ราย ซึ่งล่วงรู้ด้านข่าวกรองประเมินว่า การยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีเป้าหมายในยูเครนของรัสเซียนั้น มีอัตราความล้มเหลวสูงถึง 60% ซึ่งสิ่งนี้อาจสามารถอธิบายถึงการทำสงครามบุกยูเครนที่ไม่คืบหน้านักของรัสเซียได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ เนื่องจากความละเอียดอ่อนของข้อมูล ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนการประเมินดังกล่าวและไม่ได้เปิดเผยว่าอะไรทำให้อัตราความล้มเหลวของขีปนาวุธของรัสเซียมีอยู่สูง และแม้ว่ารอยเตอร์ไม่สามารถระบุอัตราความล้มเหลวมาตรฐานสำหรับขีปนาวุธร่อนแบบยิงจากอากาศอยู่ที่ระดับใดได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญ 2 รายที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ กล่าวว่า อัตราความล้มเหลวที่ 20% และมากกว่านี้ขึ้นไป ถือว่าเป็นอัตราที่สูง
ขณะที่เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐแถลงกับผู้สื่อข่าวในสัปดาห์นี้ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ(เพนตากอน) ประเมินว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตียูเครนนับตั้งแต่เปิดฉากสงครามเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ไปแล้วมากกว่า 1,100 ลูก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการระบุว่าขีปนาวุธดังกล่าวของรัสเซียยิงถล่มถูกเป้าหมายแล้วจำนวนเท่าใดและล้มเหลวไปเป็นจำนวนเท่าใด
แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐ 3 รายอ้างข่าวกรองระบุว่า สหรัฐประเมินว่าอัตราความล้มเหลวของขีปนาวุธรัสเซียแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับประเภทของขีปนาวุธที่ใช้ยิงโจมตี ที่บางครั้งอัตราความล้มเหลวอาจเกิน 50% แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 ใน 3 คนนี้ บอกว่าอัตราความล้มเหลวอาจสูงถึง 60%
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งชี้ว่า ข่าวกรองแสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธร่อนยิงจากอากาศของรัสเซีย มีอัตราความล้มเหลว 20%-60% ขึ้นอยู่กับแต่ละวัน
ขณะที่ข้อมูลของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศระบุว่า ได้เห็นการใช้ขีปนาวุธร่อนยิงจากอากาศ 2 ชนิดของรัสเซียในยูเครน คือ Kh-555 และ Kh-101
ทั้งนี้ความล้มเหลวต่างๆ มีรวมถึงความล้มเหลวจากการยิงขีปนาวุธ ไปจนถึงขีปนาวุธที่ยิงออกไปไม่ระเบิดที่จะก่อผลทำลายล้างได้
อย่างไรก็ดี ทำเนียบเครมลินของรัสเซียกล่าวยืนยันก่อนหน้านี้ว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ของรัสเซียในยูเครนที่ดำเนินอยู่นั้น เป็นไปตามแผน และรัสเซียจะบรรลุเป้าหมายทุกประการที่ตั้งไว้

