คอลัมน์ไฮไลต์โลก: จากตบสะท้านโลก ‘วิล สมิธ’ สู่โมเมนต์โลกไม่ลืมบนเวทีออสการ์

31.03.22 | 06:05 น.
นาทีช็อกโลกขณะวิล สมิธ นักแสดงฮอลลีวูดคนดัง เดินขึ้นไปตบหน้า คริส ร็อก นักแสดงตลกเสียงดังฉาด ขณะร็อกกำลังจะประกาศผลรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม บนเวทีออสการ์ เมื่อค่ำวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา (รอยเตอร์)

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: จากตบสะท้านโลก ‘วิล สมิธ’ สู่โมเมนต์โลกไม่ลืมบนเวทีออสการ์

ทำเอาช็อกทั้งโลกกับซีนที่ วิล สมิธ นักแสดงดังอเมริกัน ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของ คริส ร็อก นักแสดงตลกคนดังไปฉาดใหญ่ กลางเวทีการประกาศผลรางวัลออสการ์ประจำปีนี้เมื่อค่ำวันอาทิตย์ (27 มี.ค.) หลังจาก ร็อก พูดจาแซว เจดา พิงเก็ตต์ ภรรยาของสมิธ ซึ่งป่วยเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ (Alopecia) จุดเสียงวิจารณ์อื้ออึงไปทั่วโลก


กลายเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นบนเวทีประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ใหญ่ระดับโลกแห่งนี้

ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์อะไรที่เป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ในประวัติศาสตร์ 94 ปีของเวทีออสการ์ ดังเหตุข้างต้นบ้าง สำนักข่าวเอเอฟพีประมวลย้อนความทรงจำมาให้ส่วนหนึ่ง

Advertisement

ย้อนไปในปี 2017 เป็นเหตุการณ์ “ผิดซอง” ที่ถูกเรียกขานว่า “Envelopegate” เกิดขึ้นเมื่อ รางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ตกไปอยู่ในมือของ ภาพยนตร์เพลงเรื่อง La La Land ซึ่งเป็นหนังมาแรงในปีนั้นจากฝีมือการกำกับของ แดเมียน เดวิทท์ เพียงชั่วเวลาสั้นๆ หลังปรากฏว่า Moonlight หนังแนวดราม่าจากฝีมือการกำกับของ แบร์รี เจนกินส์ ต่างหากที่เป็นผู้ชนะตัวจริง!

ที่ทำเอา วอร์เรน เบ็ตตี และ เฟย์ ดันอะเวย์ ผู้ประกาศผลรางวัล ถึงกับเหวอ เหตุเพราะได้รับซองผลรางวัลผิดซอง ทำให้ประกาศผู้ชนะผิด โดยผู้ต้องรับผิดชอบความผิดพลาดนี้ไปเต็มๆ คือ บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาผลโหวตของออสการ์ ซึ่งยื่นซองผลรางวัลผิดให้กับผู้ประกาศ โดยแทนที่จะยื่นซองผลรางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กลายเป็นยื่นซองผลรางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยม ที่ตกเป็นของ เอ็มมา สโตน จากเรื่อง La La Land ให้ จนทำให้ทีมงาน La La Land ดีใจเก้อไปชั่วขณะ กลายเป็นความผิดพลาดวุ่นวายที่สุดครั้งประวัติศาสตร์บนเวทีออสการ์

ในปี 1973 มาร์ลอน แบรนโด นักแสดงยอดฝีมือ เป็นผู้คว้ารางวัลดารานำชาย จากภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้ง The Godfather แต่แบรนโดไม่ได้มาร่วมงานในวันนั้น แต่มี ซาชีน ลิตเติลเฟเธอร์ นักแสดงและนักเคลื่อนไหวหญิง ขึ้นมาบนเวทีแทน เมื่อโรเจอร์ มัวร์ นักแสดง จะยื่นรางวัลมอบให้ ลิตเติลเฟเธอร์ ได้ปฏิเสธก่อนจะกล่าวกับผู้ชมว่า แบรนโดเสียใจอย่างมากที่ไม่สามารถขึ้นรับรางวัลนี้ได้ เพราะเขาต้องการประท้วงวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากการปฏิบัติต่อชนอเมริกันพื้นเมือง สิ้นเสียงคำชี้แจงของลิตเติลเฟเธอร์ มีทั้งเสียงปรบมือ เสียงเชียร์และเสียงโห่ตามมา

เสมอกัน! เคยมีในประวัติศาสตร์ออสการ์ ที่ผลเสมอกัน แต่ที่น่าสนใจที่สุด เป็นในปี 1969 ที่บาร์บรา สไตรแซนด์ และ แคธารีน เฮปเบิร์น คว้ารางวัลดารานำหญิงไปครองร่วมกัน นั่นเป็นการพิชิตรางวัลออสการ์ครั้งแรกของสไตรแซนด์ จากเรื่อง Funny Girl แต่เป็นครั้งที่ 4 ของเฮปเบิร์น จากเรื่อง The Lion in Winter โดยสไตรแซนด์ขึ้นรับรางวัลด้วยตัวเอง ซึ่งจังหวะเธอกล่าวทักทายรางวัลออสการ์ในมือ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมในงาน ที่ไร้เงาเฮปเบิร์น

ดูดดื่ม! เป็นภาพติดตาในงานออสการ์ปี 2003 เมื่อ เอเดรียน โบรดี นักแสดงหนุ่ม เกิดอาการดีใจจัด โผเข้าจูบปาก ฮัลลี แบร์รี ดาราสาวผู้มอบรางวัล ขณะขึ้นรับรางวัลดารานำชาย จากเรื่อง The Pianist ที่ทำเอาคนอึ้งไปทั้งฮอลล์

กลายเป็นโมเมนต์ที่โลกไม่ลืม!