สหรัฐชี้สิทธิมนุษยชนทั่วโลกถอยหลัง ยกยูเครนเป็นตัวอย่างชัด
นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนประสบปัญหาถดถอยทั่วโลก โดยสงครามยูเครนเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของความเสื่อมถอยดังกล่าว
บลิงเกนกล่าวขณะนำเสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนว่า หลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการถดถอยที่น่าตกใจของระบอบประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และการเคารพสิทธิมนุษยชนในหลายพื้นที่ของโลก โชคไม่ดีที่การถดถอยนั้นยังคงดำเนินอยู่ต่อไป
บลิงเกนชี้ไปที่สงครามอันโหดร้ายของรัสเซียในยูเครนว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความเสื่อมถอยดังกล่าว พร้อมกับกล่าวหากองกำลังรัสเซียว่ามีการใช้ความรุนแรงอย่างแพร่หลายในพื้นที่ที่เข้ายึดครอง
บลิงเกนยังประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศที่เป็นปรปักษ์สำคัญของสหรัฐอื่นๆ และกล่าวหาอีกครั้งว่าจีนได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมอุยกูร์ ขณะที่ทาลิบันก็ได้กักขังผู้หญิง ผู้ประท้วง และผู้สื่อข่าวโดยพลการ หลังก้าวขึ้นสู่อำนาจในอัฟกานิสถานอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังได้วิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรของสหรัฐอย่างอียิปต์ ที่มีการจำคุกทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และกล่าวตำหนิการกระทำของคู่ขัดแย้งในเอธิโอเปียโดยชี้ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในประเทศต่างกระทำสิ่งที่โหดร้าย คนเอธิโอเปียหลายพันคนถูกกักขังอย่างไม่ยุติธรรมในสภาพที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิต
บลิงเกนยังปฏิเสธคำวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่เชื่อว่า ฝ่ายบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งย้ำว่าแกนกลางของนโยบายต่างประเทศคือประเด็นสิทธิมนุษยชน แต่กลับไม่ได้สร้างแรงกดดันเพียงพอต่อพันธมิตรบางรายของสหรัฐ
“ไม่ว่าประเทศนั้นจะเป็นมิตรหรือเป็นประเทศที่มีความแตกต่างจากเราอย่างแท้จริง ไม้บรรทัดที่เราใช้วัดนั้นเหมือนกันหมด เพราะมันสะท้อนถึงหลักการสำคัญของสิทธิมนุษยชน นั่นคือความเป็นสากล” บลิงเกนกล่าว

