หน้าแรก ต่างประเทศ เบื้องหลังภาพ...

เบื้องหลังภาพ “เจ๊บ บุช” คุกเข่าถวายความอาลัย ระบุ “ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แสดงความเคารพ ‘ในหลวง’ ของไทยเป็นครั้งสุดท้าย

20.10.16 | 15:52 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ วีโอเอไทย รายงานถึงเบื้องหลังภาพ “เจ๊บ บุช” อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริด้า แห่งตระกูลการเมือง “บุช” คุกเข่าถวายความรำลึกต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช ที่ จัตุรัสภูมิพลฯ ในเมืองเคมบริดจ์ นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่พระองค์เสด็จสวรรคต

วีโอเอภาคภาษาไทย ระบุว่า ชายผู้นั่งเคียงข้างอดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ในวันนั้น คือโจเซฟ มิลาโน กงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่นครบอสตัน ที่ให้สัมภาษณ์กับวีโอเอไทย ถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวที่จัตุรัสภูมิพลฯ หรือ King Bhumibol Adulyadej Square ซึ่งเรียกสั้นๆ ว่า “คิงสแควร์” ในเมืองเคมบริดจ์ นครบอสตัน ซึ่งเป็นเมืองพระราชสมภพของพระองค์

นายมิลาโน ระบุว่า “ในตอนบ่ายวันนั้น ตนอยู่ที่ คิงสแควร์ และพอดีเห็นเจ๊บ บุช เดินมาใกล้บริเวณจัตุรัสดังกล่าว หลังทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงของไทย ซึ่งคนตระกูลบุช เคยเป็นพระราชอาคันตุกะของพระองค์ที่ประเทศไทย”

วีโอเอไทย ระบุว่าในเวลานั้นยังไม่มีคนหนาแน่นคับคั่งเช่นเดียวกับตอนค่ำที่จัตุรัสแห่งนี้ และกองดอกไม้ที่คนนำมาถวายแสดงรำลึกถึงพระองค์ดูเหมือนว่าจะเป็นที่เตะตา เจ๊บ บุช ซึ่งเป็นลูกชายของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช และน้องชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช

กงสุลกิตติมศักดิ์มิลาโน กล่าวว่า ในวันนั้นเจ๊บ บุช เป็นอาจารย์พิเศษที่คณะการเมืองและการปกครองของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ใกล้ๆ กับ จัตุรัสแห่งนี้พอดี เมื่อตนเห็นอดีตผู้ว่าเจ๊บ บุช ซึ่งนายมิลาโน บอกว่าเคยพบกันก่อนหน้านี้ เพราะตนเป็นผู้สนับสนุนคุณพ่อของเขามานาน ตนจึงชวนถวายความรำลึกต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช อันเป็นที่เคารพของทั้งคู่ร่วมกัน

Advertisement

คำชวนของนายมิลาโน ได้รับคำตอบจากเจ๊บ บุช ว่าตนจะ “รู้สึกเป็นเกียรติ” หากได้แสดงความเคารพพ่อหลวงของไทยด้วยการคุกเข่าหน้ากองดอกไม้ และทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ที่จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลาประมาณ 5 นาที

วีโอเอไทย ระบุว่า เมื่อมองย้อนกลับไปโจ มิลาโน ผู้นี้เป็นผู้ร่วมผลักดันให้มีการตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นการสดุดีพ่อหลวงของไทย ซึ่งพระจัตุรัสแห่งนี้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น สถานที่ประสูติของรัชกาลที่ 9

มิลาโน เล่าว่าเมื่อตอนที่ตนร่วมผลักดันให้เกิด “คิงสแควร์” ในปี ค.ศ. 1989 หรือ 27 ปีก่อน คณะกรรมการเมืองเคมบริดจ์เห็นด้วยอย่างรวดเร็ว และมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ เพราะผู้ตัดสินใจต่างเข้าใจถึงความสำคัญของสถาบันกษัตริย์ไทย และสิ่งเชื่อมโยงระหว่างนครแห่งนี้กับประราชประวัติของพระองค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ และแน่นอนว่ากงสุลกิตติมศักดิ์ผู้นี้สะเทือนใจอย่างมากต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช

มิลาโนกล่าวว่าการอุทิศพระองค์ต่อชาวไทยเป็นที่เห็นประจักษ์ทั่วโลก และทุกคนทราบดีว่าพระองค์เป็นมากกว่าสัญลักษณ์ของชาติ เพราะประโยชน์จากโครงการต่างๆ ในพระราชดำริมีผลที่ชัดเจนและจับต้องได้

เมื่อกงสุลกิตติมศักดิ์มิลาโน มองเวลาที่ถ่ายภาพดังกล่าว ปรากฏว่าตรงกับ 15:53 น. ที่นครแคมบริดจ์ของสหรัฐฯ เวลาดังกล่าวคือเวลาเสด็จสวรรคตที่ประเทศไทย ซึ่งเร็วกว่าแคมบริดจ์ 11 ชั่วโมง

เนื้อหาสัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย “รัตพล อ่อนสนิท” จาก วีโอเอไทย