ซีดีซี ปลดไทยพ้นกลุ่ม “เสี่ยงโควิดสูงสุด” แต่ยังเสี่ยงกว่าพม่า
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาว่า ซีดีซี ได้ยกเลิกคำแนะนำด้านโควิด-19 สำหรับจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ 90 แห่งที่เตือนชาวอเมริกันไว้ว่า “อย่าเดินทางไป” ออกแล้ว ซึ่งในจำนวนนั้นรวมไปถึงประเทศไทยด้วย
การปลดกลุ่มประเทศออกจากจุดหมายปลายทางระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดออกทั้งหมดในครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก ซีดีซีเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะปรับปรุงคำแนะนำด้านการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลง และจะยังคง “ระดับ 4” เอาไว้และเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานการณ์แวดล้อมพิเศษ/อย่าเดินทางไป” แทน
รายงานระว่าไทยถูกปรับลดลงมาอยู่ใน “ระดับ 3 ความเสี่ยงสูง” หมายถึงไม่แนะนำให้ชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเดินทางไป โดยลงมาอยู่ในระดับเดียวกับสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว บรูไน
ประเทศที่ถูกปรับลดลงมาสู่ระดับที่ 3 ยังรวมไปถึง อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิสราเอล, ตุรกี, ออสเตรเลีย, กรีซ, ฮ่องกง, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สเปน รัสเซีย, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, เบลเยียม, บัลแกเรีย, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, ชิลี, เช็ก, จอร์แดน, เลบานอน, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, โปแลนด์, โซมาเลีย, อุรุกวัย
อย่างไรก็ตามไทยยังถูกจัดให้อยู่ในระดับที่เสี่ยงสูงกว่าชาติที่อยู่ใน “ระดับ 2 ความเสี่ยงปานกลางอย่าง” แอฟริกาใต้ ศรีลังกา อาร์เมเนีย อิรัก เปรู โบลิเวีย เป็นต้น ขณะที่ “ระดับ 1 ความเสี่ยงต่ำ” ซีดีซี จัดให้ พม่า ฟิลิปปินส์ จีน อินเดีย ปากีสถาน ยังคงอยู่ในระดับนี้
ทั้งนี้การปรับลดดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสายการบินและกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกดดันรัฐบาลโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐให้ยกเลิกมาตรการยืนยันผลการตรวจเชื้อเป็นลบก่อนเดินทางลงเช่นเดียวกับที่หลายๆประเทศได้ปรับนโยบายไปก่อนหน้านี้ และวิพากษ์วิจารณ์ว่า ข้อแนะนำกำหนดจุดหมายปลายทางกลุ่ม “อย่าเดินทางไป” นั้นไม่มีประโยชน์ และส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยว

