คอลัมน์ People In Focus : ราสมุส พาลูดาน ต้นเหตุจลาจลในสวีเดน
เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นในประเทศสวีเดนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่โลกไม่ได้เห็นได้บ่อยนัก และอาจเรียกได้ว่าต้นตอของเหตุการณ์ดังกล่าวมาจากชายที่ชื่อ “ราสมุส พาลูดาน” หัวหน้ากลุ่มการเมือง “สตรามคึช” หรือกลุ่มขวาจัดสุดโต่งที่มีแนวคิดต่อต้านศาสนาอิสลาม
พาลูดาน เป็นนักการเมืองชาวเดนมาร์กเชื้อสายสวีดิช วัย 40 ปี หัวหน้ากลุ่ม สตรมคึช (Hard Line) เป็นกลุ่มการเมืองที่เผยแพร่แนวคิดต่อต้านศาสนาอิสลามสุดโต่ง และการจลาจลครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นก็เนื่องจาก พาลูดาน นัดกลุ่มผู้สนับสนุนสตรามคึช จัดกิจกรรม “เผาคัมภีร์อัลกุรอาน” คัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพสูงสุดของชาวมุสลิมทั่วโลกในหลายเมืองของสวีเดน ส่งผลให้เกิดกลุ่มชุมนุมต่อต้านสตรามคึช และลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจล ทรัพย์สินราชการเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบราย
พาลูดานเดิมจบการศึกษาด้านกฎหมาย เคยทำอาชีพทนายในเดนมาร์ก เริ่มเผยแพร่แนวคิดต่อต้านอิสลาม แพร่คลิปเผาคัมภีร์ฯผ่านยูทูบ
พาลูดาน เคยเผยแพร่แนวคิดในปี 2018 ระบุว่า “ศัตรูคืออิสลามและมุสลิม สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการไม่มีชาวมุสลิมเหลือยู่บนโลกนี้แม้แต่คนเดียว”
พาลูดาน ก่อตั้งพรรคการเมืองสตรามคึช ในปี 2017 มีแนวนโยบายเช่น เนรเทศชาวมุสลิม 300,000 คนออกจากประเทศ รวมถึงมีนโยบายห้ามนับถือศาสนาอิสลามในประเทศเดนมาร์ก อย่างไรก็ตามคะแนนเสียงไม่เพียงพอที่จะเข้าไปนั่งเป็นผู้แทนในสภา
แนวคิดของพาลูดานเคยทำให้ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในคุกเดนมาร์กเป็นเวลา 1 เดือนข้อหาเหยียดผิวกับหญิงชาวโซมาลีมาแล้ว เคยจัดกิจกรรมนัดชุมนุมในสวีเดนเมื่อปี 2020 จนเกิดจลาจลขึ้นในเมืองมัลโม เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกจนทางการสวีเดนประกาศห้ามนายพาลูดาน เข้าประเทศเป็นเวลา 2 ปี
อย่างไรก็ตามนายพาลูดาน กลับได้รับสัญชาติสวีเดน เนื่องจากมีพ่อเป็นชาวสวีเดนตามกฎหมาย ส่งผลให้คำสั่งห้ามเข้าประเทศเป็นโมฆะในเวลาต่อมา
การนัดจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าวเคยส่งผลให้นายพาลูดานเคยถูกทางการเบลเยียมสั่งห้ามเข้าประเทศ 1 ปี เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่มีคำสั่งเนรเทศนายพาลูดานออกจากประเทศหลังประกาศแผนจัดกิจกรรมในกรุงปารีสก็เคยมาแล้วเช่นกัน
แน่นอนว่าแนวคิดและพฤติกรรมขวาจัดของนายพาลูดานคงจะเป็นที่ถกเถียงกันต่อไปว่าจะเป็นการสร้างความเกลียดชังที่นำไปสู่ความวุ่นวายที่อาจกลายเป็นการก่อจลาจลต่อไปหรือไม่
ขณะที่การปราบปรามจลาจลก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายเนื่องจากความรุนแรงไม่ใช้วิถีทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องเช่นกัน

