หน้าแรก ต่างประเทศ ฟินแลนด์-สวีเ...

ฟินแลนด์-สวีเดน สู่นาโต ยุโรปเครียดอีก

1.05.22 | 07:19 น.

ฟินแลนด์-สวีเดน สู่นาโต ยุโรปเครียดอีก

การทำสงครามรุกรานยูเครนของรัสเซีย ที่ วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในดินแดนหลังม่านเหล็ก เรียกขานว่าเป็น ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของรัสเซียที่จะสกัดป้องกันการแผ่ขยายอิทธิพลของชาติตะวันตกที่รุกคืบเข้ามาในยุโรปตะวันออกมากขึ้น

ซึ่งรัสเซียมองเป็นภัยคุกคามความมั่นคงที่ร้ายแรงยิ่งของตนเอง หลังจากที่ยูเครนเคลื่อนไหวอย่างหนักที่จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรด้านความมั่นคงที่มีความแข็งแกร่ง เพื่อหวังจะให้เป็นเกราะคุ้มภัยตนเองให้ได้ โดยมีขึ้นหลังจากที่ยูเครนได้สูญเสีย ไครเมียดินแดนทางตอนใต้ของตนเองไปให้กับรัสเซียในปี 2014

การย่ำยีอธิปไตยยูเครนของรัสเซีย ไม่เพียงเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพและความสงบสุขของประชาคมโลกเท่านั้น แต่ยังได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงของยุโรปไปทั้งหมดอีกด้วย

ทำให้หลายชาติเพื่อนบ้านในยุโรป รู้สึกถึงความไม่มั่นคงปลอดภัย จนต้องหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งมาเป็นหลักประกันรับรองความมั่นคงปลอดภัยให้ตนเองมากขึ้น

แน่นอนว่าหนึ่งในเสาหลักที่จะเป็นเกราะคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยให้กับชาติในยุโรปได้ ย่อมไม่พ้นกลุ่มพันธมิตรความมั่นคงอย่างองค์การนาโต ที่ล่าสุดมีกระแสข่าวจากสื่อท้องถิ่นอย่างหนังสือพิมพ์ Iltalehti ของฟินแลนด์ และหนังสือพิมพ์ Expressen ของสวีเดน

Advertisement

อ้างแหล่งข่าววงในใกล้ชิดเปิดเผยว่า สวีเดนและฟินแลนด์ สองชาตินอร์ดิกที่วางตัวเป็นกลางทางการเมืองมาโดยตลอด บรรลุความเห็นพ้องที่จะยื่นใบสมัครขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การนาโตพร้อมกัน

คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในราวกลางเดือนพฤษภาคมที่จะถึง หลังจากสวีเดนยื่นข้อเสนอแนะไปว่าทั้งสองประเทศควรยื่นแสดงเจตจำนงเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตพร้อมกัน และฝ่ายฟินแลนด์ก็ได้ตอบรับเห็นพ้องในข้อเสนอแนะนี้

ซันนา มาริน นายกรัฐมนตรีหญิงของฟินแลนด์ ประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซียเป็นระยะทางถึง 1,300 กม. กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ฟินแลนด์จะตัดสินใจสมัครเข้าร่วมในพันธมิตรนาโตเร็วขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่รอเป็นเดือน แม้เสี่ยงที่จะทำให้รัสเซียต้องโกรธเกรี้ยวก็ตาม

ขณะที่ นางมักดาเลนา อันเดอร์ซอน นายกรัฐมนตรีสวีเดน กล่าวว่า สวีเดนจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการกระทำทุกรูปแบบจากรัสเซีย หลังจากทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเมื่อรัสเซียโจมตียูเครน

Expressen ยังคาดหมายว่าการยื่นความจำนงเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตพร้อมกันของสวีเดนและฟินแลนด์ น่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 16 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับการมาเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน ของประธานาธิบดีเซาลี นินีสเตอ แห่งฟินแลนด์

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ ต่างมีสถานะเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ทางทหาร แต่ทั้งสองชาติได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรของนาโต ที่ได้ร่วมทำการซ้อมรบและแลกเปลี่ยนข่าวกรองระหว่างกัน

หลังจากที่สวีเดนและฟินแลนด์ได้ละทิ้งจุดยืนความเป็นกลางอย่างเข้มข้นไปเมื่อทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในปี ค.ศ.1995 หลังสิ้นสุดสงครามเย็น

ขณะที่กล่าวถึงองค์การนาโต เป็นกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างรัฐบาลชาติภาคี ได้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1949 โดยมีสมาชิกก่อตั้งประกอบด้วย เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

ก่อนที่นาโตจะขยายรับสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงชาติเล็กๆ ในยุโรปตะวันออกที่แตกตัวออกมาหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย จนปัจจุบันนาโตมีประเทศสมาชิกทั้งสิ้น 30 ชาติ

ล่าสุด มีท่าทีขานรับจาก เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการของนาโตออกมาในทันทีแล้ว ที่ประกาศความพร้อมที่จะอ้าแขนรับสวีเดนและฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกนาโต โดยระบุว่านาโตสามารถเร่งรัดกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกให้ได้อย่างรวดเร็ว หากทั้งสองประเทศตัดสินใจสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต

ขณะที่สัญญาณบ่งชี้ความเป็นไปได้ของหนทางที่ทั้งฟินแลนด์และสวีเดน จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในองคาพยพของนาโตได้อย่างราบรื่นอีกประการหนึ่ง สะท้อนได้จากโพลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำเมื่อเร็วๆ นี้

ชี้ให้เห็นว่าชาวฟินแลนด์มากถึง 68 เปอร์เซ็นต์ ที่สนับสนุนให้ฟินแลนด์เข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต ซึ่งเป็นแนวโน้มความสนับสนุนของชาวฟินแลนด์ที่เพิ่มมากขึ้นถึงสองเท่าก่อนที่รัสเซียจะทำสงครามบุกยูเครน โดยมีผู้คัดค้านเพียง 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ส่วนโพลสำรวจความคิดเห็นชาวสวีเดนก็พบว่าชาวสวีเดนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนสวีเดนเข้าร่วมอยู่เป็นสมาชิกนาโตเช่นกัน

หลังจากนี้หากฟินแลนด์และสวีเดนเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตได้สำเร็จ แน่นอนว่าต้องสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซีย ซึ่งเคยขู่ว่า หากสองชาตินอร์ดิกเปลี่ยนท่าทีจากความเป็นกลาง หันไปฝักใฝ่นาโต ซึ่งรัสเซียมองว่าเป็นการขยายอิทธิพลทางการทหารของสหรัฐอเมริกาแล้วละก็ รัสเซียจะนำอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ไปประจำการในแคว้นคาลินนินกราด ดินแดนของรัสเซียริมฝั่งทะเลบอลติก แคว้นซึ่งห่างจากชายแดนประเทศสวีเดนเพียง 200 กิโลเมตรเท่านั้น

สถานการณ์ซึ่งจะสร้างความตึงเครียดทางการทหารในภูมิภาคให้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน