คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : คาเฟ่เขียนต้นฉบับ ในโตเกียว งานไม่เสร็จ ห้ามกลับ!!

4.05.22 | 01:17 น.
REUTERS/Kim Kyung-Hoon

คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : คาเฟ่เขียนต้นฉบับ ในโตเกียว งานไม่เสร็จ ห้ามกลับ!!

“แมนิวสคริปต์ ไรติ้ง คาเฟ่” แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า “คาเฟ่เขียนต้นฉบับ” เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น

มีจุดเด่นอยู่ที่ว่า หากนักเขียนคนไหน ที่เผชิญหน้ากับงานที่ยังไม่เสร็จ แต่ใกล้จะถึงเส้นตายหรือ “เดดไลน์” แล้วนั้น

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

เมื่อไปที่คาเฟ่แห่งนี้ ถ้างานไม่เสร็จ ก็จะไม่สามารถออกจากคาเฟ่ได้!!

คาเฟ่แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว มีที่นั่งในร้านแค่เพียง 10 ที่นั่ง สำหรับนักเขียน บรรณาธิการ ศิลปินวาดรูป หรือใครก็ตาม ที่ต้องเจอกับเส้นตายในการทำงาน

สามารถมานั่งทำงานที่นี่จนเสร็จได้ โดยจะมีบริการกาแฟ และน้ำชา ให้อย่างไม่จำกัด เพียงแต่จะต้องบริการตัวเอง

Advertisement

ในคาเฟ่ ยังมีบริการ ไวไฟความเร็วสูง และพอร์ตต่างๆ ที่ติดตั้งไว้อยู่ที่โต๊ะทุกโต๊ะ

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

การเข้ารับการบริการ ก็เพียงเดินเข้าไปในร้าน แล้วเชียนชื่อของตัวเอง เขียนเป้าหมายในการทำงานเอาไว้ และเวลาที่กำหนดว่าจะต้องทำงานให้เสร็จ

นอกจากนี้ ก็ยังสามารถขอใช้บริการ “ตรวจสอบ” การทำงานจากพนักงานได้ โดยเมื่อถึงกำหนดเวลาที่ระบุไว้ จะมีพนักงานคอยถามลูกค้าว่า งานเสร็จหรือยัง

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ว่า ต้องการบริการการเตือนในระดับไหน จะเอาแค่ระดับ “เบาๆ” ก็มี หรืออยากได้ระดับเข้มข้นสุดๆ ก็มี โดยระดับเข้มข้นสุดๆ ก็จะมีพนักงานคอยมายืนอยู่ที่ด้านหลัง แบบเงียบๆ เพื่อเป็นการกดดันให้ทำงานให้เสร็จตามกำหนด

ทากูยะ คาวาอิ เจ้าของคาเฟ่ วัย 52 ปี ซึ่งเป็นนักเขียนด้วย บอกว่า เขาหวังว่า กฎระเบียบที่เข้มงวด จะช่วยทำให้ผู้คนมีความตั้งใจในการทำงานให้เสร็จตามกำหนด

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

คาวาอิ บอกว่า คาเฟ่ของเขากำลังถูกกล่าวขวัญอย่างมากบนโลกโซเชียล ที่ต่างพากันหวาดกลัวการมาทำงานในร้านนี้ เพราะเหมือนถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา แต่จริงๆแล้ว คาวาอิ บอกว่า แทนที่จะมองว่าเป็นการจับจ้อง จริงๆแล้วสิ่งที่เขาทำ คือการ “ให้กำลังใจ” กับคนที่ทำงานอยู่ต่างหาก

และผลที่ได้ก็คือ คนเหล่านั้นสามารถทำงานเสร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

สำหรับค่าบริการนั้น คิดตามชั่วโมง คือ 30 นาทีแรก คิด 130 เยน หรือราวๆ 30 กว่าบาท และหลังจากนั้น คิดชั่วโมงละ 300 เยน หรือราว 80 บาท

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร แต่คาวาอิ บอกว่าเขารู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบรรดาผู้ที่ทำงาน ให้มีผลงานออกไปสู่โลกนี้