ทั้งๆที่ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์”แข็งกร้าว” อย่างยิ่ง
โดยเฉพาะระหว่างการไปเยือน “จีน”
เหตุใดท่าทีอันมาจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าระดับ”รัฐบาล” ไม่ว่าระดับ”กระทรวง”
เหมือนกับ “ฟัง” แต่ไม่ได้”ยิน”
เหมือนกับท่าทีอัน “แข็งกร้าว” และการตัดรอนในเรื่องความ สัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐอเมริกาจะ”ลอย”และหายไปกับสายลม
ราวกับเป็นบทเพลง”โบลวอิ้ง อิน เดอะ วินด์”
หากมองอย่างผิวเผินก็ต้องยอมรับว่า สหรัฐอเมริกามีความอดทนเป็นอย่างสูง
ต่อความแข็งกร้าวอันมาจาก ร็อดริโก ดูแตร์เต
นั่นเพราะว่าสหรัฐอเมริกาคิดในเชิง”ยุทธศาสตร์” มิได้คิดแต่ในเพียง “ยุทธวิธี”
“ยุทธศาสตร์” ต่างหากที่ “สำคัญ”
ถามว่าทำไมประธานาธิบดี บารัค โอบามา จึงเดินทางไปเยือนเมียนมาถึง 2 หน
หลัง อองซาน ซูจี ขึ้นสู่”อำนาจ”
เท่านั้นไม่พอ สหรัฐอเมกายังส่งเทียบเชิญ อองซาน ซูจี ไปเยือนวอชิงตันอย่างเต็มรูปแบบ
ให้เกียรติเต็มที่ ต้อนรับอย่างอบอุ่น
เสร็จแล้วยังประกาศยกเลิก “มาตรการ”ที่เคย”บอยคอต”ต่อ เมียนมาในทาง “เศรษฐกิจ”อย่างเต็มที่
เท่ากับเป็นการเอื้ออวยให้กับ”เมียนมา”ในความสัมพันธ์ระดับปรกติทางการเมือง
นั่นก็เพราะ”ยุทธศาสตร์”ใหญ่ของ “สหรัฐอเมริกา”
ด้าน 1 โลกเห็นการต้อนรับการเยือนจีนของประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต อย่างเต็มรูปแบบ
มากด้วย”คำมั่น” มากด้วย”คำสัญญา”
ขณะเดียวกัน ด้าน 1 โลกเห็นการต้อนรับการเยือนสหรัฐของ อองซาน ซูจี อย่างเต็มรูปแบบ เยี่ยง”ผู้นำ”
มากด้วย “คำมั่น” มากด้วย”คำสัญญา”
เด่นชัดยิ่งว่า จีนก็ดำเนิน”ยุทธศาสตร์”ของจีน เด่นชัดยิ่งว่า สหรัฐก็ดำเนิน”ยุทธศาสตร์”ของสหรัฐ
สหรัฐต้องการสร้างแนว”ปิดล้อม”จีน
เริ่มจาก อินเดีย ตามมาด้วย เมียนมา รวมถึง ลาว และเวียดนาม และแผ่ไปยังฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย
จีนก็พยายาม”ทะลาย”แนวปิดกั้นนั้นอย่างสุดแรงเกิด
จังหวะก้าว ไม่ว่าจะมาจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะมาจากจีนจึงสำคัญและทรงความหมาย
ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือ “ยุทธศาสตร์”

