คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ถึงจุดเปลี่ยน’ฟินแลนด์-สวีเดน’ซบนาโต

19.05.22 | 06:10 น.
นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต ยืนถือใบสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดนและฟินแลนด์ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม (รอยเตอร์) 

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ถึงจุดเปลี่ยน’ฟินแลนด์-สวีเดน’ซบนาโต

จากที่เคยวางสถานะ “เป็นกลางทางทหาร” มานานหลายทศวรรษ ในที่สุดฟินแลนด์ หนึ่งในชาติกลุ่มนอร์ดิก ก็ประกาศเป็นทางการแล้วว่าจะยื่นใบสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) ส่วนสวีเดน อีกชาตินอร์ดิก ก็ยืนยันตามมาว่าจะสมัครเข้าร่วมนาโตเช่นกัน

โดยการทำสงครามรุกรานยูเครนของรัสเซีย เป็นตัวจุดชนวนให้ทั้งสองชาตินี้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนทางนโยบายครั้งสำคัญพร้อมๆ กัน จากความหวั่นเกรงถึงภัยคุกคามความมั่นคงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมพาลจะมาถึงตัว

ความเคลื่อนไหวนี้มีสิ่งที่เราควรรู้ถึงการเดินทางมาถึงจุดวกกลับนโยบายครั้งประวัติศาสตร์ของทั้งสองชาตินอร์ดิกนี้

สิ่งแรกเป็นที่รับรู้กับมานานว่าทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ต่างธำรงไว้ซึ่งนโยบายความเป็นกลางทางทหารมายาวนาน โดยในช่วงสงครามเย็น ฟินแลนด์ ยังดำรงสถานะความเป็นกลางเพื่อแลกกับหลักประกันจากรัสเซียว่าจะไม่ย่างกรายเข้ามารุกรานฟินแลนด์ และหลังจากหลังม่านเหล็กล่มสลาย ดินแดนในสหภาพโซเวียตแตกกระสานซ่านเซ็น ฟินแลนด์ก็ยังคงสถานะเป็นกลางเอาไว้ แต่หลังจากรัสเซียส่งทหารบดขยี้ยูเครน จุดยืนนี้ของฟินแลนด์และสวีเดนก็เปลี่ยนไปฉับพลัน โดยเฉพาะฟินแลนด์ ที่มีพรมแดนติดกับรัสเซียเป็นระยะทางถึง 1,300 กม.

กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ความสนับสนุนของชาวฟินแลนด์ให้นำประเทศเข้าเป็นสมาชิกนาโต ทรงตัวอยู่ที่ราว 20-30% มาตลอด แต่โพลล่าสุดชี้ว่าชาวฟินแลนด์สนับสนุนเรื่องนี้พุ่งขึ้นมามากกว่า 75%

Advertisement

ส่วนสวีเดน ที่ดำเนินนโยบายความเป็นกลางมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามนโปเลียนในต้นศตวรรษ 19 และหลังสงครามเย็น นโยบายความเป็นกลางของสวีเดนก็ปรับมาเป็นความเป็นกลางทางทหาร

อีกสิ่งที่ควรรู้แม้สวีเดนและฟินแลนด์ จะไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต แต่ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนาโต โดยทั้งสองชาติยังได้เข้าร่วมในโครงการความเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพกับนาโตในปี 1994 และหุ้นส่วนยูโร-แอตแลนติกในปี 1997 ขณะที่นาโตระบุว่า สวีเดนและฟินแลนด์ต่างเป็นพันธมิตรที่แข็งขันของนาโตและเข้าร่วมในภารกิจที่นำโดยนาโตในการรักษาสันติภาพในคาบสมุทรบอลข่าน อัฟกานิสถานและอิรัก นอกจากนี้กองกำลังของสวีเดนและฟินแลนด์ยังเข้าร่วมในปฏิบัติการซ้อมรบกับชาติสมาชิกนาโตอีกด้วย

ด้านขนาดกองทัพ สวีเดนมีกำลังทหารอยู่ราว 50,000 นาย ครึ่งหนึ่งนั้นเป็นทหารกองหนุน ขณะที่ฟินแลนด์ มีกำลังทหารประจำการพร้อมในยามสงครามจำนวน 280,000 นาย และมีกำลังทหารกองหนุน 600,000 นาย ฟินแลนด์นับว่ามีกองทัพใหญ่กว่าชาติอื่นๆ ในกลุ่มนอร์ดิกด้วยกัน ทั้งๆ ที่ฟินแลนด์มีประชากรเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของสวีเดนเท่านั้น และหลังเกิดการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ยังทำให้ฟินแลนด์และสวีเดน ต่างตั้งเป้าจะจัดสรรงบประมาณทางทหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เรียกว่าปัจจัยแวดล้อมบังคับ ทำให้ฟินแลนด์และสวีเดน จำต้องคิดละทิ้งสถานะเป็นกลาง เพื่อหาเกราะคุ้มกันภัยคุกคามที่ไม่คาดคิดที่อาจจะมาถึงตัวได้ในสักวัน