หน้าแรก ต่างประเทศ รู้จัก IPEF ก...

รู้จัก IPEF กรอบความร่วมมือศก. ของสหรัฐ ‘ไทย’ สมาชิก 1 ใน 13 ชาติ

23.05.22 | 16:46 น.

รู้จัก IPEF กรอบความร่วมมือ ศก. ของสหรัฐ ‘ไทย’ สมาชิก 1 ใน 13 ชาติ

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแผนประกาศความริเริ่มกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับหลายชาติในเอเชียที่คิดขึ้นมาใหม่ ที่มีชื่อว่า กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามว่ากรอบความร่วมมือดังกล่าวนั้นคืออะไร และจะมีบทบาทอย่างไร?

สำนักข่าวเอพี สื่อของสหรัฐอเมริกา รายงานถึงจุดเริ่มต้นของความริเริ่มดังกล่าวว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากความ “กลื่นไม่เข้าคายไม่ออก” ของประธานาธิบดีสหรัฐในเรื่องนโยบายทางการค้ากับภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นการไม่สามารถกลับเข้าร่วม “ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแปซิฟิก” หรือ TPP ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวออกมาเมื่อปี 2017 ขณะที่ข้อตกลงทางการค้าของสหรัฐหลายข้อตกลงก็กลายเป็นเรื่องที่บรรดาชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งมองว่ามีส่วนทำให้คนตกงานจำนวนมาก

นั่นจึงส่งผลให้ไบเดนคิดแผน “กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก” (IPEF) (ออกเสียงว่า “ไอเพฟ”) ขึ้นซึ่งไบเดน ประกาศเปิดตัวแผนดังกล่าวระหว่างการเดินทางเยือนญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม

ใครเป็นสมาชิกบ้าง?

กรอบความร่วมมือดังกล่าวมีชาติสมาชิก 13 ชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, บรูไน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เวียดนาม และประเทศไทย โดยชาติสมาชิกทั้งหมดมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศรวมแล้วคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งโลก

Advertisement

IPEF จะทำอะไรบ้าง?

IPEF ประกอบไปด้วย 4 เสาหลักคือ ความเป็นธรรมและยืดหยุ่นทางการค้า, ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน, โครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาษีการต่อต้านการทุจริต

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ก็ยังไม่ชัดเจนนัก โดยการประกาศเปิดตัว IPEF ของไบเดนนั้น จะเป็นการส่งสัญญาณให้ชาติสมาชิกร่วมกันตัดสินใจว่ากรอบความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นอย่างไร เนื้อหาส่วนใหญ่จะยังคงเป็นเรื่องของ “ความคาดหวัง” เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่จุดมุงหมายที่กว้างกว่านั้นก็คือ สหรัฐต้องการส่งสัญญาณการเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียนั่นเอง

“เรากำลังร่างกฎใหม่สำหรับเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 พวกเขาจะช่วยเศรษฐกิจของทุกประเทศให้เติบโตเร็วขึ้นและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เราจะทำสิ่งนี้ด้วยการจัดการกับความท้าทายใหญ่ที่สุดที่ทำให้การเติบโตช้าลง” ไบเดนระบุในการประกาศเปิดตัว IPEF

ด้านเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ประจำทำเนียบขาวสหรัฐ ระบุว่า IPEF มุ่งเน้นไปที่การประสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก วางมาตรฐานและกฎระเบียบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล และพยายามทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีความปลอดภัยและยืดหยุ่นมากขึ้น

แนวความคิดในเรื่องของความจำเป็นในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการค้าโลกนั้นไม่ได้มีผลมาจากความไม่พอใจของชาวอเมริกันเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่รับรู้ได้จากผลกระทบของโรคระบาดที่ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานติดขัดทั้งระบบ มีการปิดโรงงาน เรือส่งสินค้าล่าช้า เกิดการติดขัดที่ท่าเรือ และส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อขึ้นทั่วโลก ประเด็นเหล่านี้ชัดเจนขึ้นโดยเฉพาะเมื่อรัสเซียนำกำลังทหารรุกรานยูเครน ส่งผลให้ราคาอาหารและพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นในระดับอันตราย

ใครจะเป็นคนยกร่างความร่วมมือให้ชัดเจน?

หน้าที่ในการเจรจากับชาติที่เป็นหุ้นส่วนของสหรัฐนั้นจะมีขึ้นภายใต้ 4 เสาหลัก โดยงานจะแบ่งกันระหว่าง “ตัวแทนด้านการค้าของสหรัฐอเมริกา” และ “กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ”

“ตัวแทนด้านการค้าของสหรัฐอเมริกา” จะรับหน้าที่ในการหารือเกี่ยวกับเสาหลักด้าน “การค้าที่เป็นธรรม” ที่คาดว่าจะรวมไปถึงความพยายามในการป้องกันคนตกงานในสหรัฐด้วย เนื่องจากหลังจากจีนเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อปี 2001 นำไปสู่การเลิกจ้างแรงงานในโรงงานจำนวนมากในสหรัฐ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวอเมริกันและส่งผลให้โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี และในทันทีที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในปี 2017 ทรัมป์ก็นำสหรัฐถอนตัวออกจาก TPP ในทันที

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะดูแลอีก 3 เสาหลักที่เหลือ ได้แก่ ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน, โครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาษีการต่อต้านการทุจริต โดยจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งร่วมเดินทางไปญี่ปุ่นพร้อมกับนายไบเดน รับหน้าที่ดูแลในส่วนนี้

ทั้งนี้ รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐระบุว่า ประเทศสมาชิกสามารถเลือกได้ว่าจะสนับสนุนเสาหลักด้านไหน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องสนับสนุนเสาหลักทั้งหมด 4 ด้านที่ว่ามา

ไต้หวันไม่ได้เข้าร่วมด้วย

ทำเนียบขาวระบุว่า IPEF จะเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง อย่างไรก็ตาม กรอบความร่วมมือ IPEF ถูกจีนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเช่นกันว่าสหรัฐกำลังเล่นเกมการเมืองผ่านกรอบความร่วมมือดังกล่าว และระบุด้วยว่าเป็นการใช้หลักการแบบสงครามเย็น และจะนำไปสู่ความวุ่นวายในภูมิภาค

แน่นอนว่า ไต้หวัน ชาติที่เป็นผู้นำด้านการผลิต “ชิปคอมพิวเตอร์” ที่จะเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นไม่ได้เข้าร่วมใน IPEF ด้วยส่วนหนึ่งเพราะไต้หวัน มีความอ่อนไหวต่อจีนแผ่นดินใหญ่ที่อ้างอธิปไตยเหนือดินแดนไต้หวันมาโดยตลอด รายงานระบุว่า สำหรับในกรณีไต้หวันนั้น เจค ซัลลิแวนระบุว่า สหรัฐจะมีการหารือด้านการค้ากับไต้หวันโดยตรง

ใช้เวลาเจรจานานเท่าใด?

หลังจากการเจรจาเริ่มต้นขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาในการวางกรอบความร่วมมือภายใน 12-18 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เร็วที่สุดที่จะมีขึ้นในการเจรจาทางการค้าในระดับนานาชาติ