หน้าแรก ต่างประเทศ ฤดูขึ้น! ชาวญ...

ฤดูขึ้น! ชาวญี่ปุ่นจ่อเห็น ราคาอาหาร-เครื่องดื่มปรับขึ้นอีกกว่า 3,600 รายการ ผู้ผลิตอั้นไม่ไหว

30.05.22 | 19:30 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

ฤดูขึ้น! ชาวญี่ปุ่นจ่อเห็น ราคาอาหาร-เครื่องดื่มปรับขึ้นอีกกว่า 3,600 รายการ ผู้ผลิตอั้นไม่ไหว

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เจแปนไทม์สรายงานอ้างผลสำรวจของบริษัทวิจัยระบุว่า บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น มีแผนจะปรับขึ้นราคาสินค้าอีก 3,615 รายการ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ชาวญี่ปุ่นเห็นรายการสินค้าในตลาดที่ปรับขึ้นราคา เพิ่มขึ้นเป็นทั้งสิ้นเกือบ 8,400 รายการภายในปีนี้ ผลจากต้นทุนของวัตถุดิบที่สูงขึ้น

ก่อนหน้านี้บริษัท เทโคคุ ดาต้าแบงก์ บริษัทวิจัยระบุเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ฤดูร้อนนี้ดูเหมือนจะเป็นฤดูแห่งการขึ้นราคาสินค้า

โดยเริ่มจากเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 105 แห่งที่ถูกสำรวจ ได้ทำการปรับขึ้นราคาสินค้าไปแล้วจำนวน 4,770 รายการ ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์สินค้าตั้งแต่ เครื่องเทศ ผัก เนื้อสัตว์ ปลา ไปจนถึงเครื่องดื่มที่ให้ความหวานและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ผลสำรวจชี้ว่า นับจากวันที่ 19 พฤษภาคม ราคาสินค้าจำนวน 8,385 รายการ ได้ปรับขึ้นไปแล้วหรือกำลังจะปรับขึ้นภายในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 12% ท่ามกลางราคาข้าวสาลีและน้ำมันปรุงอาหารที่พุ่งสูงขึ้น จะส่งผลให้ราคาอาหารแปรรูปจำนวน 3,609 รายการ เช่น แฮม ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็ง ปรับขึ้นในท้ายที่สุด โดยเฉลี่ยที่ 13%

สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงเบียร์ ไวน์ และโซจู จะมีราคาปรับขึ้น 15% เนื่องจากราคามอลต์และข้าวโพดในตลาดมีราคาสูงขึ้น ในขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนลง เป็นผลให้ต้นทุนการนำเข้าไวน์และสินค้านำเข้าอื่นๆ สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ยังทำให้ขวดพลาสติกมีราคาแพงขึ้นเช่นกัน

Advertisement

โดยกว่า 80% ของรายการสินค้าที่เตรียมจะปรับราคาในเดือนมิถุนายน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนมิถุนายนหรือในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

ทั้งนี้ หนึ่งในสาเหตุหลักของราคาข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญได้พุ่งสูงขึ้น เป็นผลจากสงครามยูเครน ซึ่งทำให้ตลาดธัญพืชทั่วโลกต้องหยุดชะงักลงอย่างมาก ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากสถานการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ดี ยังมีบางบริษัทที่ดำเนินกลยุทธ์ด้วยการขายสินค้าในราคาเท่าเดิม แต่ปริมาณลดลง ซึ่งบริษัทวิจัยชี้ว่าแต่บริษัทผู้ผลิตเหล่านั้นอาจจำต้องปรับขึ้นราคาในที่สุด โดยเตือนว่าหากราคาวัตถุดิบยังคงมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ การปรับขึ้นราคาก็ยังอาจยังมีต่อไป