ผู้นำอียูเห็นพ้อง คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วน มีผล 1 มิ.ย.

ผู้นำอียูเห็นพ้อง คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วน มีผล 1 มิ.ย.

ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อกำหนดการห้ามนำเข้าน้ำมันบางส่วนจากรัสเซีย ในการประชุมสุดยอดที่พุ่งเป้าหมายไปยังการให้ความช่วยเหลือยูเครน หลังมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวซึ่งถือเป็นครั้งที่ 6 ของอียูต่อรัสเซียล่าช้าเป็นเวลานานเนื่องจากการคัดค้านของชาติสมาชิกอย่างฮังการี

การประกาศคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียโดยอียูครอบคลุมเฉพาะการส่งออกน้ำมันทางทะเล แต่ยังคงอนุญาตให้มีการส่งมอบน้ำมันผ่านทางท่อส่งน้ำมันได้เป็นการชั่วคราว ซึ่งนายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวว่า ข้อตกลงคว่ำบาตรนี้ครอบคลุมการนำเข้าน้ำมันมากกว่า 2 ใน 3 จากรัสเซีย

นอกจากนี้ อียูยังได้ให้การรับรองมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่ ซึ่งรวมถึงการอายัดทรัพย์สินและการห้ามเดินทางของบุคคล ทั้งยังตัดธนาคาร Sberbank ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT ที่เป็นระบบโอนเงินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังสั่งห้ามสื่อที่รัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของ 3 แห่งไม่ให้เผยแพร่ข่าวในอียูด้วย

นายมิเชลกล่าวยกย่องสิ่งที่เขามองว่าคือความสำเร็จอันน่าทึ่ง และว่าเราต้องการหยุดเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเราแข็งแกร่งมากกว่าที่เคย โดยการคว่ำบาตรรอบใหม่นี้ที่ต้องได้รับการสนับสนุนทั้ง 27 ชาติสมาชิกอียูจะได้รับการรับรองให้มีผลทางกฎหมายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

นายวิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี ชี้แจงว่า ฮังการีสามารถสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของอียูได้ ก็ต่อเมื่อมีการรับประกันความมั่นคงเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันสำหรับฮังการี ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเลและพึ่งพาน้ำมันมากกว่า 60% จากรัสเซียโดยการส่งผ่านท่อขนส่งน้ำมันที่ทำขึ้นตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต

ด้านนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า มีการตั้งเป้าเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมายังอียูถึง 90% ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ อียูนำเข้าก๊าซธรรมชาติประมาณ 40% และน้ำมัน 25% จากรัสเซีย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon