สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า 24 ประเทศและสหภาพยุโรป (อียู) เห็นพ้องกันเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ในการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกขึ้นในมหาสมุทรแอนตาร์กติก ครอบคลุมพื้นที่ 1.55 ล้านตารางกิโลเมตรในมหาสมุทรตามข้อเสนอของสหรัฐอเมริกาและนิวซีแลนด์ หลังจากที่รัสเซียยอมละทิ้งการคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวมาอย่างยาวนาน

ข้อตกลงนี้ที่บรรลุในการประชุมประจำปีของคณะกรรมการเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลแอนตาร์กติก (ซีซีเอเอ็มแอลอาร์) ที่เมืองโฮบาร์ต ประเทศออสเตรเลีย หลังช่วงเวลาแห่งการเจรจาต่อรองเป็นเวลาหลายปี จะทำให้มีการจัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลในทะเลรอสส์ ซึ่งถือเป็นแหล่งระบบนิเวศสำคัญทางทะเลแห่งหนึ่งของโลก
ข่าวระบุว่าเขตอนุรักษ์ทางทะเลนี้จะครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ของมหาสมุทรแอนตาร์กติกที่อยู่ทางซีกโลกใต้ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มากกว่า 10,000 สายพันธุ์ รวมถึงเพนกวินส่วนใหญ่ในโลก วาฬ นกทะเล หมึกมหึมา และปลาแอนตาร์กติกทูธฟิช โดยจะมีการห้ามจับปลาเพื่อการพาณิชย์เป็นระยะเวลา 35 ปี ในพื้นที่ 1.1 ล้านตารางกิโลเมตรของทะเลรอสส์ ขณะที่พื้นที่ที่เหลือซึ่งใช้สำหรับการวิจัยจะอนุญาตให้มีการจับปลาฉนากและกุ้งเคยได้เป็นบางกรณี
นักวิทยาศาสตร์และนักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์จำนวนมาก ต่างประสานเสียงยกย่องข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในความพยายามที่จะปกป้องคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลของโลก

นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า “เขตพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (เอ็มพีเอ) ในทะเลรอสส์จะปกป้องคุ้มครองพื้นที่ทางทะเลที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและไม่ถูกรบกวน ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางพันธุกรรมทางทะเลแห่งสุดท้ายบนดาวเคราะห์ดวงนี้”
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากยังระบุด้วยว่า เขตอนุรักษ์ทางทะเลแห่งนี้จะช่วยให้มีความเข้าใจมากขึ้นถึงผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อนด้วย
ทั้งนี้ ข้อตกลงเพื่อให้มีการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ทางทะเลแห่งนี้ขึ้นมา ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการที่มี 25 ชาติ ซึ่งรวมถึงรัสเซีย จีน สหรัฐ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และอียู อย่างเป็นเอกฉันท์ โดยรัสเซียคัดค้านข้อเสนอดังกล่าวนี้มาตลอดในการประชุมของซีซีเอเอ็มแอลอาร์ 5 ครั้งหลังสุด ก่อนที่จะยอมเห็นพ้องในที่สุดในการประชุมครั้งนี้

