ไขข้อสงสัย ทำไมนักลงทุนเรียก ‘ตลาดหมี-ตลาดกระทิง’
เว็บไซต์เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์อธิบายความหมายของตลาดกระทิง-ตลาดหมีไว้ว่า ในหมู่นักลงทุนตลาดหุ้น กระทิง หมายถึงช่วงเวลาที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำการซื้อ มีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ความเชื่อมั่นในตลาดอยู่ในระดับสูง และราคาเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหมีคือฝั่งตรงข้าม ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่อุปทานสูงกว่าอุปสงค์ ความเชื่อมั่นต่ำ และราคาตกต่ำลง ส่วนสาเหตุที่หมีและกระทิงมีความหมายเกี่ยวกับการซื้อขายของตลาดหุ้นและตลาดคริปโทเคอร์เรนซี คาดว่ามาจาก สำนวนและความหมายที่เพี้ยนมาจากความหมายเดิม
คำว่าตลาดหมี เริ่มเข้ามาก่อนนักนิรุกติศาสตร์ ซึ่งทำการศึกษาที่มาของคำ ได้ระบุถึงสำนวนที่เตือนว่า “มันไม่ฉลาดนักที่จะขายหนังหมีก่อนจะมีใครสักคนจับหมีได้” ในช่วงศตวรรษที่ 18 คำว่า หนังหมี (bearskin) ถูกใช้ในวลี ขายหรือซื้อหนังหมี และในคำว่า bearskin jobber ซึ่งหมายถึงคนขายหนังหมี ก่อนจะเหลือแค่คำว่าหมี ซึ่งถูกใช้ในตลาดหุ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในหลายความหมาย ในช่วงแรกหมายถึงหุ้นที่ถูกขายโดยนักเก็งกำไร และนักเก็งกำไรที่ขายหุ้น ต่อมาคำว่าหมีหมายถึงการล่มสลายของ บริษัทเซาธ์ซี หรือเรียกว่า เหตุการณ์ “เซาธ์ซีบับเบิล” หรือฟองสบู่เซาธ์ซี เหตุการณ์ล่มสลายของบริษัทที่ทำการค้ากับอาณานิคมสเปนที่ก่อตั้งเมื่อปี 1711 ซึ่งทำให้คำว่าหมีถูกใช้เป็นวงกว้าง ในช่วงเวลาดังกล่าว เริ่มมีคำว่ากระทิงเข้ามาในวงการตลาดหุ้น ดั้งเดิมคำว่า “กระทิง”หมายถึง การซื้อเก็งกำไรในช่วงตลาดหุ้นขาขึ้น ก่อนที่จะถูกนำไปใช้กับผู้ที่ทำการซื้อในลักษณะดังกล่าวแทนซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

