หน้าแรก ต่างประเทศ ไบเดนเยือนตะว...

ไบเดนเยือนตะวันออกกลาง 13-16 ก.ค. หารือมกุฎราชกุมารซาอุฯ

14.06.22 | 19:30 น.
REUTERS

ไบเดนเยือนตะวันออกกลาง 13-16 ก.ค. หารือมกุฎราชกุมารซาอุฯ

ทำเนียบขาวประกาศว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเดินทางเยือนตะวันออกกลางในระหว่างวันที่ 13-16 กรกฎาคมนี้ โดยเขาจะบินตรงไปยังอิสราเอล ปาเลสไตน์ และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขาจะได้พบกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุฯ ด้วย

การเยือนดังกล่าวจะถือเป็นการเดินทางไปยังตะวันออกกลางครั้งแรกของไบเดน นับตั้งแต่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยนอกจากจะพบกับผู้นำในทั้ง 3 แห่งแล้ว เขายังจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับผู้นำกลุ่มประเทศความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) ซึ่งมีสมาชิก 6 ประเทศ ประกอบด้วยซาอุฯ โอมาน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน ที่ซาอุฯ ด้วย

การเยือนของไบเดนมีขึ้นท่ามกลางความคาดหวังอย่างกว้างขวางว่าซาอุฯ จะยินยอมผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามในยูเครน แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่ทำให้พรรคเดโมแครตกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากในระยะหลังคะแนนนิยมต่อตัวไบเดนตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ดี การที่ไบเดนพบกับเจ้าชายมุฮัมมัดถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีของเขา หลังจากที่ไบเดนเคยกล่าวระหว่างหาเสียงในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีว่า การฆาตกรรมนายจามัล คาซอกกี พลเมืองสหรัฐที่เกิดขึ้นที่ซาอุฯ เมื่อปี 2018 หลังจากที่เขาเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ผู้ปกครองซาอุฯ ทำให้ซาอุฯ เป็นคนนอกคอกและเป็นประเทศที่ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ โดยหน่วยข่าวกรองของสหรัฐระบุว่า เจ้าชายมุฮัมมัดเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารดังกล่าว

ด้านทำเนียบขาวระบุว่า ประเด็นความมั่นคงด้านพลังงานจะเป็นหัวข้อในการหารือกับซาอุฯ โดยคารีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาว เน้นว่า การเยือนตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นจุดสูงสุดของการทูตที่มีการดำเนินการกันมาหลายเดือน

Advertisement

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐระบุว่า ในระหว่างการเยือนตะวันตออกกลาง ไบเดนจะพบกับผู้นำกว่า 10 คน ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกลับมาของการเป็นผู้นำของสหรัฐ อย่างไรก็ดี สหรัฐปฏิเสธความคิดที่ว่าไบเดนได้ถอนตัวออกจากหลักการของตนเอง

เจ้าหน้าที่สหรัฐยืนยันว่า เป็นเรื่องที่คาดหวังได้ว่าประธานาธิบดีไบเดนจะพบกับองค์มกุฎราชกุมารซาอุฯ นโยบายของสหรัฐคือการเรียกร้องให้มีการปรับความสัมพันธ์ใหม่หลังการสังหารนายคาซอกกี แต่มันไม่ใช่ความบาดหมางแตกแยก

เจ้าหน้าที่รายนี้ย้ำว่า ซาอุฯเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐมานานกว่า 8 ทศวรรษ และเป็นบ้านสำหรับชาวอเมริกันถึง 7 หมื่นคน การเยือนครั้งนี้จึงถือเป็นสิ่งที่ฉลาดที่ควรทำในเวลาที่เหมาะสม และเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งสำหรับทั้งสหรัฐ ซาอุฯ รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง