นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต แสดงท่าทีต่อคำประกาศสอบสวนใหม่ของสำนักงานสอบสวนกลางแห่งรัฐ(เอฟบีไอ) กรณีที่มีการกล่าวหาว่าฮิลลารีเกี่ยวกับการใช้อีเมล์ระหว่างปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศ โดยฮิลลารีกล่าวกับผู้สนับสนุนในการรณรงค์หาเสียงที่รัฐฟลอริดาว่า “เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงและทำให้รบกวนใจอย่างยิ่ง เรื่องแปลกมากที่มีการประกาศอย่างนั้นออกมาโดยใช้ข้อมูลเพียงน้อยนิดก่อนหน้าวันเลือกตั้ง”
คำประกาศของเอฟบีไอได้ถูกดึงมาเป็นประเด็นหลักในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงโค้งสุดท้าย แม้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีผลการสอบสวนใดๆ ในกรณีดังกล่าวออกมาก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ แต่ฮิลลารีได้เรียกร้องให้นายเจมส์ โคมี ผู้อำนวยการเอฟบีไอ นำความจริงทั้งหมดมาเปิดเผยต่อสังคม
ขณะที่นายโดนัล ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันก็ประกาศว่าการพิจารณาดังกล่าวจะทำให้ฮิลลารีถูกตั้งข้อหาในที่สุด พร้อมเรียกฮิลลารีว่าเป็นอาชญากรที่ทำเรื่องผิดกฎหมาย และว่านี่เป็นเรื่องอื้อฉาวที่สุดนับตั้งแต่คดีวอเตอร์เกต อย่างไรก็ดีมีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่าฮิลลารีจะถูกตั้งข้อหาในกรณีนี้
ก่อนหน้านี้โพลชี้ว่าฮิลลารีมีคะแนนนำอยู่ราว 7 เปอร์เซนต์ ขณะที่ผลโพลล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ตามเวลาในสหรัฐ หลายสำนักชี้ตรงกันว่านางฮิลลารียังคงมีคะแนนนำทิ้งห่างทรัมป์มากขึ้นไปอีก และมีแนวโน้มสูงว่าน่าจะได้เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ
ทั้งนี้โพลของรอยเตอร์/อิปซอสชี้ว่าฮิลลารีมีคะแนนทิ้งห่างในกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าถึง 15 เปอร์เซนต์ และแม้ว่าจะไม่ทราบผลการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าของทุกรัฐ แต่ฮิลลารีก็มีคะแนนนำในรัฐที่เป็น”สวิงสเตท”ที่ถือเป็นตัวชี้ขาดชัยชนะในการเลือกตั้ง อาทิ โอไฮโอและอริโซนา ทั้งยังมีคะแนนนำในรัฐที่เป็นฐานที่มั่นของรีพับลิกันอย่างจอร์เจียและเท็กซัสอีกด้วย

