อีลอน มัสก์ โดนฟ้องเรียก 9 ล้านล้านบาท ข้อหาปั่นราคาดอจคอยน์
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก พร้อมกับบริษัท เทสลา และสเปซเอ็กซ์ บริษัทที่มัสก์เป็นซีอีโอ ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรวม 258,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9 ล้านล้านบาท ในข้อหาปั่นราคา “ดอจคอยน์” (DOGE) เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ (pyramid scheme)
คำร้องดังกล่าวถูกยื่นต่อศาลในนครนิวยอร์ก ระบุว่า มัสก์ใช้ประโยชน์จากสถานะชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในการจัดการและปั่น “ดอจคอยน์” ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เพื่อสร้างผลกำไร ขูดรีดและเพื่อความสนุกสนาน
โจทย์ในคดีดังกล่าวคือ คีธ จอห์นสัน ชายชาวอเมริกันที่ระบุว่าตนถูกหลอกลวงจนหมดเนื้อหมดตัวผลจากที่มัสก์แสดงตัวสนับสนุนดอจคอยน์ โดยทนายความของจอห์นสัน ยืนยันว่าสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวไร้ซึ่งมูลค่า และยังอ้างถึงคำกล่าวของบิล เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีชื่อดังที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดด้วย
โจทย์ในคดีนี้ระบุว่า ต้องการเป็นตัวแทนให้กับผู้คนที่สูญเสียเงินไปกับดอจคอยน์ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา โดยนอกจากค่าเสียหายที่เรียกร้องจำนวน 258,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว จอห์นสันยังต้องการให้มัสก์ เทสลา และสเปซเอ็กซ์ ถูกสั่งแบนจากการโปรโมตดอจคอยน์ด้วย
ทั้งนี้ “ดอจคอยน์” ถูกสร้างขึ้นในฐานะ “มุขตลก” เมื่อปี 2013 เพื่อล้อเลียน “บิตคอยน์” สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก ก่อนที่ดอจคอยน์จะโด่งดังขึ้นเมื่อมูลค่าของเหรียญพุ่งสูงขึ้นถึง 18,000 เปอร์เซ็นต์ จาก 0.004 ไปอยู่ที่ 0.73 ดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงเวลาดังกล่าวมัสก์มักจะทวีตข้อความเกี่ยวกับดอจคอยน์บ่อยครั้ง และเคยกล่าวขณะออกรายการวาไรตี้ชื่อดัง ถึงดอจคอยน์ว่า เป็น “Hustle” พร้อมกับหัวเราะ โดยคำดังกล่าวมีความหมายสองแง่คือ การทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำ ขณะที่อีกแง่หนึ่งคือการปั่นราคา
ทั้งนี้ แม้เทสลาจะออกมาประกาศรับชำระเงินเป็นดอจคอยน์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดราคาดอจคอยน์ร่วงลงไปจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2021 แล้วถึง 92 เปอร์เซ็นต์ ในเวลานี้
ขณะที่มัสก์ยังไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการถูกยื่นฟ้องดังกล่าวแต่อย่างใด

