สิงคโปร์เงินเฟ้อพุ่ง 3.6% สูงสุดในรอบ 13 ปี

ภาพรอยเตอร์

สิงคโปร์เงินเฟ้อพุ่ง 3.6% สูงสุดในรอบ 13 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.6% สูงสุดในรอบ 13 ปีหรือนับจากปี 2551 ท่ามกลางราคาสินค้าอาหารและสาธารณูปโภคที่พุ่งทะยานขึ้น

ข้อมูลของทางการสิงคโปร์เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมค่าที่พักและค่าขนส่งเอกชน ในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 3.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว และเพิ่มจาก 3.3% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ในโพลสำรวจของบลูมเบิร์กก่อนหน้านี้ และยังเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดนับจากเดือนธันวาคมปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 4.2% ด้วย

ธนาคารกลางสิงคโปร์ และ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม(เอ็มทีไอ)ของสิงคโปร์ ยังคาดการณ์ด้วยว่าอัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์ยังจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนจะค่อยๆ ลดลงในช่วงปลายปี เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อจากภายนอกบางส่วนจะลดลง อย่างไรก็ตามยังเตือนว่าความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นยังคงมีอยู่จากภาวะช็อกที่เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และโรคระบาดใหญ่

ทั้งนี้เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาผู้บริโภคของสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 5.6% จากเดือนเมษายนที่อยู่ที่ 5.4% ส่วนอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งแตะ 4.5% จาก 4.1%ในเดือนเมษายน เนื่องจากราคาค่าบริการด้านอาหารเพิ่มสูงขึ้นมาก สำหรับค่าไฟและแก๊สพุ่งขึ้น 19.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว และเพิ่มจาก 19.7% ในเดือนเมษายนปีนี้ นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อด้านขนส่งเอกชนยังขึ้นไปถึง 18.5% จากเดือนเมษายนอยู่ที่ 18.3% เนื่องจากเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นมาก ท่ามกลางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูง

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ยังได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือมีมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางในการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon