ยูเนสโกชี้ มรดกทางวัฒนธรรมยูเครนกว่า 150 แห่ง พังพินาศจากการรุกรานของรัสเซีย
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยืนยันว่า สถานที่ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในประเทศยูเครน ที่ถูกทำลายย่อยยับทั้งหมดหรือได้รับความเสียหายบางส่วนจากการทำสงครามรุกรานยูเครนของรัสเซียนั้น มีมากถึง 152 แห่ง ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถาน โบสถ์และศาสนสถานต่างๆ ห้องสมุดและสถาปัตยกรรมที่มีความพิเศษอื่นๆ
ออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก ระบุในถ้อยแถลงว่า การโจมตีสถานที่ทางวัฒนธรรมของยูเครนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่านี้ จะต้องหยุดลงได้แล้ว และว่า มรดกทางวัฒนธรรมในทุกรูปแบบไม่ควรตกเป็นเป้าหมายไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใด
การประเมินความเสียหายดังกล่าวเป็นการปรับปรุงการประเมินล่าสุดของทางยูเนสโกที่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือทางการยูเครนในการบันทึกความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมบัติชาติในยูเครนจากการสู้รบครั้งนี้
โดยยูเนสโกยังได้ช่วยเหลือทางการยูเครนในการทำเครื่องหมายสถานที่สำคัญด้วย “โล่สีน้ำเงิน” ซึ่งหมายความว่าแลนด์มาร์กเหล่านั้นได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยวัฒนธรรมในสถานการณ์ขัดแย้งด้วยกำลังอาวุธปี ค.ศ.1954 ที่ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างลงนามไว้
ในการประเมินที่ปรับปรุงล่าสุดของทางยูเนสโกระบุว่า มีสถานที่หลายสิบแห่งที่ได้รับความเสียหายตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดย 3 ใน 4 อยู่ในพื้นที่ทางตะวันออกของแคว้นคาร์คีฟและโดเนตสค์ รวมถึงพื้นที่ใกล้กับกรุงเคียฟ อันเป็นเมืองหลวง
จนถึงขณะนี้มีสถานที่ 7 แห่งที่เป็นมรดกโลกในยูเครน ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ เช่น มหาวิหารเซนต์โซเฟีย และ หมู่อารามเคียฟ-แปแชสก์ หรือ หมู่อารามถ้ำเคียฟ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเคียฟ
ก่อนหน้านี้ยูเครนได้เรียกร้องให้ขับรัสเซียออกจากยูเนสโก ซึ่งทางหน่วยงานยูเนสโกได้เลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนดในการหารือถึงสถานะของรัสเซียที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในเดือนนี้ที่เมืองคาซาน ขณะที่ยูเนสโกเตือนว่าทหารหรือเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียที่ถูกพบว่ามีความผิดฐานทำลายแหล่งมรดกของยูเครน อาจถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วย

